อย่างเป็นทางการ! "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟซี และผู้จัดการทีมชาติไทย ประกาศลงชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดยได้รับการสนับสนุนจาก เนวิน ชิดชอบ และ ปวิณ ภิรมย์ภักดี

ความเคลื่อนไหวในงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม เมืองไทยประกันภัย ชั้น 14 อาคารเมืองไทย-ภัทร คอมเพล็กซ์ ทาวเวอร์เอ ได้มีการจัดงานแถลงข่าว โดยมี เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด , ปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด และ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ร่วมงานแถลงข่าว

หนึ่งในประเด็นสำคัญนอกจาก เนวิน ชิดชอบ ปล่อย มาซาทาดะ อิชิอิ มาทำหน้าที่ ประธานเทคนิคทีมชาติไทยแล้ว “มาดามแป้ง” เองก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ ในการลงชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดยได้รับการสนับสนุนจาก เนวิน ชิดชอบ และ ปวิณ ภิรมย์ภักดี

ขณะเดียวกันหาก “มาดามแป้ง” ได้รับเลือกให้เป็นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลไทยคนใหม่ ก็จะลาออกจากตำแหน่งประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ทันที โดยมีคนในใจรอขึ้นมาแทนอยู่แล้ว

แถลงการณ์ทั้งหมดของ “มาดามแป้ง” เป็นดังต่อไปนี้ “แป้งเป็นคนรักฟุตบอล และได้มีโอกาสเข้ามาร่วมทำงานกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 จากการเชิญชวนของนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในขณะนั้น คือ คุณวรวีร์ มะกูดี ให้เข้ามาเป็นผู้จัดการฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย”

“แป้งได้ทุ่มเทและใช้เวลาไปถึง 12 ปีในการฝ่าฟันพาฟุตบอลหญิงไทยไปแข่งขันในทุกเวที ทั้งในระดับอาเซียน เอเชีย และในระดับโลก (ฟุตบอลโลก ปี พ.ศ. 2558 ที่แคนาดา และ ฟุตบอลโลก ปี พ.ศ. 2562 ที่ฝรั่งเศส ) แป้งและน้องๆหญิงไทยทีม”ชบาแก้ว” รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่สุด ที่สามารถนำธงไตรรงค์ไปโบกสะบัดในเวทีฟุตบอลหญิงระดับโลกได้ถึงสองครั้ง”

“ต่อมา ในปี พ.ศ. 2558 แป้งก็ได้หันมาบริหารสโมสรฟุตบอลอาชีพ คือ ทีมการท่าเรือ เอฟ.ซี. เข้าร่วมการแข่งขันใน “ไทยลีก” ซึ่งปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 8 และยังได้รับเกียรติให้เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ จากการแต่งตั้งของ พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง นายกสมาคมฯ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2564 โดยสามารถคว้าแชมป์อาเซียนได้สองครั้ง คือ การแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 และ การแข่งขันมิตซูบิชิ อิเล็กทริก คัพ 2022”

“ตลอดเวลา 16 ปี ในเส้นทางฟุตบอลของไทย ทั้งทีมชาติ และทีมสโมสร คงจะเป็นสิ่งที่ยืนยันและพิสูจน์ได้ไม่มากก็น้อยว่า แป้ง รัก ศรัทธา หลงไหลในวงการลูกหนังแบบหมดหัวใจ ตลอดช่วงเวลาเกือบสองทศวรรษ ที่ผ่านมา แป้งได้รับมิตรภาพ และความผูกพัน ตลอดจน ประสบการณ์ที่มีประโยชน์ในหลายแง่มุมจาก นักกีฬา ทีมงานโค้ชผู้ฝึกสอน ผู้บริหารสมาคม และแฟนบอลทั้งไทยและต่างชาติ อย่างมากมาย”

“กีฬาฟุตบอล”เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงมากชนิดหนึ่งของมวลมนุษยชาติ อีกทั้งเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง และพิสูจน์ได้ว่า “ฟุตบอล” สามารถสร้างความรัก ความสามัคคีให้กับคนทั้งประเทศได้ อีกทั้ง ยังสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ให้กับชุมชน จังหวัด และประเทศได้อย่างมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ได้กลายเป็นจังหวัดที่มีความโด่งดัง ไปทั่วประเทศจากความสำเร็จของสโมสร “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” นี่คือผลลัพธ์ที่เริ่มต้นจากความนิยมในกีฬาฟุตบอล ซึ่งสามารถต่อยอดและบูรณาการต่อไปยังมิติอื่นๆ เช่น การค้าการลงทุน และการท่องเที่ยว ได้เป็นอย่างดี”

“สถานการณ์ในปัจจุบันของฟุตบอลไทย หลังวิกฤติโควิด ทำให้เรากำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ อันเกิดมาจากหลากหลายเหตุผล ร้อยพันปัญหาที่เกิดขึ้นสะสมกันมาหลายยุคหลายสมัย แป้งไม่ขอโทษใคร เพราะผู้บริหารสมาคมทุกท่านก็ได้ทุมเทเสียสละและมีคุณูปการกับวงการฟุตบอลไทยมาตามลำดับ แต่สิ่งที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในขณะนี้ก็คือ เราจะต้องร่วมมือกันเสริมสร้างรายได้และความนิยม ความศรัทธา ให้กลับคืนมาสู่วงการฟุตบอลไทยอีกครั้ง เนื่องจากในปัจจุบัน โครงการเพื่อการพัฒนาฟุตบอลหลายโครงการต้องหยุดชะงัก เงินสนับสนุนหล่อเลี้ยงทีมลดลง สปอนเซอร์หดหาย การประมูลลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดฟุตบอล ที่เป็นรายได้หลักขององค์กรบริหารฟุตบอลทั่วโลก ไม่บรรลุข้อตกลง สิ่งต่างๆเหล่านี้จะทำให้คุณภาพของการบริหารจัดการทีมลดลง ด้วยเงินอุดหนุนที่ลดลง ผลงานก็จะตกต่ำลง ความนิยมจากแฟนฟุตบอล ก็จะลดลงตามไปด้วย ทีมเล็กไปต่อไม่ได้ ทีมใหญ่ก็ยังต้องเหนื่อย มาถึงจุดที่ต้องช่วยตัวเอง ดิ้นสู้กันเฮือกสุดท้าย เพื่อก้าวข้ามวิกฤตนี้ไปให้ได้อย่างเจ็บตัวน้อยที่สุด”

“แป้ง ต้องขอขอบคุณ คุณเนวิน ชิดชอบ และคุณปวิณ ภิรมย์ภักดี ที่ให้เกียรติเดินทางมาร่วมแถลงข่าวกับแป้งด้วยตนเองในวันนี้ และได้ช่วยให้การสนับสนุนแป้งในทุกด้าน ทั้งกำลังใจ มุมมอง แนวคิด ในการแก้ไขปัญหา และพัฒนาวงการฟุตบอลของเราให้เจริญงอกงามมากยิ่งขึ้นไป ทั้งสองท่านก็เป็นคนที่รักฟุตบอลอย่างมากเหมือนกัน

เมื่อสองสามวันก่อน ท่านนายกสมาคมฯ พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้เชิญแป้งเข้าไปพูดคุย และปรารภว่าท่านอยากวางมือ เนื่องจากอายุมากแล้ว และอยากสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้มาช่วยกันบริหารสมาคมฯ ท่านได้เล็งเห็นความรักในฟุตบอลไทยของแป้ง จึงได้ขอร้องและสนับสนุนให้ลงสมัครแข่งขันคัดเลือกเป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย คนต่อไป

ประกอบกับในห้วงเวลาสองสามเดือนที่ผ่านมา มีผู้หวังดีทั้งจากในและนอกวงการฟุตบอล ได้โทรศัพท์หรือเข้ามาพูดคุยสอบถาม และชักชวนให้แป้งตัดสินใจเข้ามาบริหารจัดการกีฬาฟุตบอลไทย อย่างเต็มตัว โดยจะให้กำลังใจ และการสนับสนุนอย่างเต็มที่ในทุกๆ ด้าน นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญ ที่แป้งได้ตัดสินใจที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในครั้งต่อไป”

“แป้งยอมรับว่า นี่เป็นการตัดสินใจที่ไม่ง่าย ด้วยเหตุผลหลายประการที่ได้เคยกล่าวไว้ ทั้งครอบครัวที่ห่วงเรื่องสุขภาพ และภาระงานที่รัดตัวในปัจจุบัน แต่เมื่อฟุตบอลไทยอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก ก็คงต้องมีใครสักคนที่ต้องเสนอตัวขึ้นมา ยอมเสียสละเวลาและทรัพยากรที่มี ลงมาทำตรงนี้ให้ดีที่สุด แป้งเชื่อในความตั้งใจจริงของตัวเอง และยินดีที่จะรับภาระดังกล่าว หลังจากนี้ ยังมีเวลาอีกหลายเดือนกว่าจะถึงกำหนดการเลือกตั้ง”

“คงจะมีอีกหลายท่านที่มีคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ เสนอตัวเข้ามาสมัครเป็นนายกสมาคม นับเป็นโอกาสของสโมสรสมาชิก ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่จะมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น การลงสมัครครั้งนี้ ไม่อยากให้มองว่าเป็นการแข่งขันกับใคร ไม่ว่าใครจะชนะ หรือได้ตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย คนต่อไป แป้งก็ยังจะเป็นผู้สนับสนุน และประสานความร่วมมือกับทุกกลุ่ม ต่อไป เพราะเราต่างก็เป็นเพื่อนพี่น้องในวงการเดียวกัน และ เชื่อว่าทุกคนที่ลงสมัคร ต่างมีความต้องการในสิ่งเดียวกัน คือ การเข้ามาพัฒนาวงการฟุตบอลไทยให้ ยกระดับ พัฒนา และเดินหน้าต่อไป ในเส้นทางที่แฟนบอลชาวไทยคาดหวังจน ประสบผลสำเร็จได้ในที่สุด”