โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมโรม่า ประณามการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินในเกมนัดชิงชนะเลิศยูโรป้า ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา อีกทั้งยังตามไปเผชิญหน้ากับทีมกรรมการถึงลานจอดรถของสนาม

โชเซ่ มูรินโญ่ ออกมาประณามผู้ตัดสิน แอนโธนี่ เทย์เลอร์ หลังจากที่โรม่าพ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษต่อเซบีย่าในเกมนัดชิงชนะเลิศยูโรป้า ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา (พุธที่ 31 พฤษภาคม 2566) ขณะที่เขามีข่าวเชื่อมโยงกับปารีส แซงต์-แชร์กแมง โดยหลังจากต่อเวลาพิเศษเกมนี้ก็จบลงที่ผลเสมอ 1-1 ทำให้ต้องดวลจุดโทษตัดสินโดยลูกยิงของจานลูก้า มันชินี่และโรเจอร์ อิบานเญซ โดยยาซีน บูนู เซฟเอาไว้ได้ ก่อนที่ฮีโร่ในฟุตบอลโลกของอาร์เจนติน่าอย่างกอนซาโล่ มอนติเอล จะยิงจุดโทษที่กลายเป็นประตูชัยในที่สุด

เกมนี้ดำเนินไปค่อนข้างเดือดโดยมีใบเหลืองปลิวว่อนถึง 13 ใบ – 7 ใบเป็นของโรม่า และ 6 ใบเป็นของเซบีย่า ซึ่งมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในเกมยูโรป้า ลีก ซุ้มม้านั่งสำรองของทั้งสองฝ่ายก็ค่อนข้างจะมีอารมณ์ โดยมีอยู่ช่วงนึงที่มูรินโญ่ต้องโดนสตาฟฟ์โค้ชคอยรั้งเอาไว้ และเขารู้สึกฉุนเฉียวกับการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินเทย์เลอร์ถึงขนาดอ้างว่าเทย์เลอร์ผู้ตัดสินชาวอังกฤษนั้น 'ดูเหมือนเป็นคนสเปน' โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการตัดสินให้ใบเหลืองแก่ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่ สำหรับการพุ่งล้มแต่ไม่ทำแบบเดียวกันกับ ลูกัส โอกัมโปส ตอนที่เขาล้มลงในกรอบเขตโทษ

"สิ่งที่ผมพูดคือเราจะออกจากที่นี่พร้อมกับถ้วยหรือไม่ก็ออกไปแบบตายไปแล้ว” มูรินโญ่บอกกับ Sky Sport Italia หลังจบเกม "เราเหนื่อยกายแทบตาย เหนื่อยใจแทบตาย ตายเพราะเราคิดว่ามันเป็นความพ่ายแพ้ที่ไม่ยุติธรรมกับเหตุการณ์มากมายที่เป็นที่ถกเถียงกัน" "เราเหนื่อยมากๆ แต่ภูมิใจ ผมพูดเสมอว่าคุณสามารถแพ้การแข่งขันฟุตบอลได้ แต่อย่าเสียศักดิ์ศรีหรือความเป็นมืออาชีพของคุณเลย ผมชนะรอบชิงชนะเลิศยุโรป 5 ครั้ง ผมแพ้ครั้งนี้ แต่ครั้งนี้ผมกลับบ้านอย่างภาคภูมิใจกว่าที่เคย เด็กๆ ทุ่มเททุกอย่างอย่างเต็มที่ในฤดูกาลนี้"

เขากล่าวต่อว่า: "เรารักเสื้อตัวนี้, เรารักในธรรมชาติของเรา, เราให้ความสำคัญกับสิ่งต่างๆ เหล่านี้, ทำงานด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน และทุ่มเททุกสิ่งที่เราต้องทุ่มเท เราแต่ละคนมีปฏิกิริยาแตกต่างกัน คนหนึ่งร้องไห้ อีกคนไม่ร้อง แต่ความจริงก็คือเราทุกคนเศร้ามาก เรากลับไปอย่างเหนื่อยล้า, เราตายด้วยความรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม" "มันเป็นเกมที่เข้มข้น, เป็นลูกผู้ชาย และน่าตื่นเต้นกับผู้ตัดสินที่ดูเหมือนเป็นคนสเปน มันมีแต่ใบเหลือง, ใบเหลือง ใบเหลืองตลอดเวลา ความอยุติธรรมแสดงให้เห็นได้จากข้อเท็จจริงที่ว่า เอริค ลาเมล่า ควรได้ใบเหลืองที่สอง แต่เขาไม่ได้ และเขาได้ยิงจุดโทษในการดวลจุดโทษตัดสิน"

มูรินโญ่ ซึ่งกำลังลุ้นให้ทีมผ่านไปเล่นยูโรป้า ลีก ฤดูกาลหน้า ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา นัดปิดฤดูกาลในสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ ยังโจมตีเทย์เลอร์ต่อไปในการแถลงข่าวหลังเกมโดยกล่าวว่า "ในเมื่อเทย์เลอร์เป็นผู้ตัดสินที่ยอดเยี่ยมมาก หวังว่าเขาจะทำหน้าที่ในแชมเปี้ยนส์ ลีกเท่านั้น (ในฤดูกาลหน้า) และผมหวังว่าความผิดพลาดของเขาจะเป็นในแชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่ใช่ในยูโรป้า ลีก"

มูรินโญ่ตกเป็นข่าวอย่างหนักกับการย้ายไปร่วมทีมปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แม้ว่ากุนซือวัย 60 จะยืนกรานว่าไม่มีการติดต่อใดๆ ก็ตาม "ผมจะไปพักร้อนในวันจันทร์ ถ้าเรามีเวลาคุยกันก่อนวันจันทร์ เราจะมาคุยกัน แต่ถ้าไม่ผมจะไปพักร้อนแล้วเราจะได้เห็นกัน ผมต้องสู้เพื่อเด็กเหล่านี้ ดังนั้นผมจะไม่พูดว่าผมจะอยู่ต่อ” กุนซือชาวโปรตุกีสกล่าว "ผมเป็นคนจริงจัง เมื่อหลายเดือนก่อนผมบอกกับเจ้าของสโมสรว่าหากผมติดต่อกับสโมสรอื่น พวกเขาจะต้องรู้ก่อนใคร ผมจะซื่อสัตย์และตรงไปตรงมาเสมอ" “ผมได้พูดคุยกับสโมสรในเดือนธันวาคม เมื่อผมได้รับการติดต่อจากทีมชาติโปรตุเกส ผมไม่ได้ติดต่อกับใครอีกเลยตั้งแต่นั้นมา ผมเหลือสัญญาอีกหนึ่งปีและนี่คือสถานการณ์ของผม"

มูรินโญ่ไม่มีอารมณ์ที่จะเก็บเหรียญรองชนะเลิศยูโรป้า ลีก และถึงกับโยนให้แฟนบอลวัยรุ่นคนนึงที่อยู่ท่ามกลางฝูงชน ความพ่ายแพ้ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่เขาแพ้นัดชิงชนะเลิศของรายการยุโรป หลังจากชนะมาโดยตลอดใน 5 ครั้งก่อนหน้านี้ หลังจากความพ่ายแพ้ เขานำลูกทีมมากอดกันเป็นวงกลมและกล่าวกับพวกเขา "พวกนายเล่นเกมที่ยอดเยม ทั้งยุโรปได้เห็นพวกนายแล้ว" ซึ่งหลังจากรับเหรียญรองแชมป์เขาก็ถอดมันออกทันที จากนั้นก็เดินไปที่ซุ้มม้านั่งสำรองของโรม่าและโยนเหรียญให้กับแฟนบอลหนุ่มน้อยรายนึงที่อยู่ท่ามกลางฝูงชน โดยมีกองเชียร์ปรบมือให้กับท่าทีดังกล่าว ก่อนจะเดินตรงลงอุโมงค์ไปยังห้องแต่งตัว

มูรินโญ่ไม่ได้อยู่ดูนักเตะโรม่ารับเหรียญรางวัลรองชนะเลิศ และไม่ได้กลับมาจากห้องแต่งตัวเพื่อดูเซบีย่าชูถ้วยแชมป์ และดูเหมือนจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ในช่วงจบเกม นอกจากนี้กุนซือชาวโปรตุเกสยังเสี่ยงโดนยูฟ่าแบนและถูกปรับอีกแล้วหลังจากเผชิญหน้ากับผู้ตัดสินยูโรป้า ลีก ในที่จอดรถของสนาม โดยตราหน้าพวกเขาว่า ‘ไอ้พวกขี้โกง’

เรียกว่ามันน่าเหลือเชื่อมากที่มูรินโญ่ไม่ยอมจบกับผู้ตัดสินแค่ในสนามและหลังเกม เพราะดูเหมือนอารมณ์เขายังเดือดต่อเนื่องจนถึงลานจอดรถของปุสกัส อารีน่า กว่าหนึ่งชั่วโมงหลังจากที่เซบีย่าชูถ้วยแชมป์ไปแล้ว โดยมูรินโญ่ได้รอที่จะเผชิญหน้าเทย์เลอร์และทีมผู้ตัดสินของเขา ซึ่งรวมถึงไมเคิล โอลิเวอร์ด้วย "มันเป็นความอัปยศอดสู ช่างน่าละอายเสียจริง” ผู้จัดการคนดังกล่าวอย่างเกรี้ยวกราดและชัดเจนถึงสองครั้ง ก่อนจะเปลี่ยนไปใช้ภาษาอิตาเลียนเพื่อด่าทอต่อไป "แม้แต่ (โรแบร์โต้) โรเซ็ตติ (ประธานคณะกรรมการผู้ตัดสินยูฟ่า) ยังบอกว่ามันไม่ใช่จุดโทษเลย" มูรินโญ่พูดเป็นภาษาอิตาเลียนโดยอ้างถึงลูกจุดโทษนาทีที่ 75 ที่ลูกัส โอกัมโปส ลากบอลไปโดน โรเจอร์ อิบันเญซ เตะโดนบอลก่อนหัวหอกเซบีย่าล้มลงไป ผู้ตัดสินชี้จุดโทษก่อนดู VAR กลับคำตัดสิน

ทุกครั้งที่ดูเหมือนว่าเขาจะจบการด่าทอ มูรินโญ่จะเริ่มใหม่อีกครั้ง คราวนี้พูดว่า: "(คำผรุสวาท) ไอ้พวกขี้โกง ยินดีด้วย นี่มันเรื่องอื้อฉาวชัดๆ" ในตอนต้นของคลิปที่ Sportitalia จับภาพได้ เจ้าหน้าที่ของโรม่าพยายามที่จะพาตัวมูรินโญ่ออกไปแต่เจ้าตัวได้ระบายอารมณ์ออกมาเป็นเวลาหนึ่งนาทีเต็มก่อนที่จะเดินไปที่รถบัสของทีมโรม่าพร้อมกับโค้ชผู้รักษาประตู นูโน่ ซานโตส

ที่มาของภาพ: gettyimages.com