ดิโอโก้ ดาโลต์ แนวรับชาวฝอยทอง ขยายสัญญาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกไปอีก 5 ปีแล้ว ด้านเจ้าตัวลั่นจะทุ่มเทอย่างหนักเพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จ เริ่มตั้งแต่เกม เอฟเอคัพ รอบชิงชนะเลิศ วันเสาร์นี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศต่อสัญญา ดิโอโก้ ดาโลต์ แบ็กขวาทีมชาติ โปรตุเกส ให้อยู่ค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ออกไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน ปี 2028 พร้อมเงื่อนไขขยายได้อีก 1 ปี เมื่อวันพุธที่ 31 พฤษภาคม หลังจากนักเตะโชว์ฟอร์มได้เป็นที่ประทับใจ เอริก เทน ฮาก เทรนเนอร์ชาวดัตช์ ในฤดูกาล 2022-2023 ที่เพิ่งปิดซีซั่นไป

ดาวเตะวัย 24 ปี ย้ายจาก เอฟซี ปอร์โต้ มาร่วมทัพ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2018 ด้วยสัญญา 5 ปี โดยลงเล่นให้ ปีศาจแดง ไปแล้ว 107 เกม ทำไป 3 ประตู ขณะที่ใน ซีซั่น 2020-2021 ถูกปล่อยไปให้ เอซี มิลาน ในลีกอิตาลี ยืมตัวไปใช้งาน ก่อนจะกลับมาโชว์ผลงานได้ดีอีกครั้ง แม้จะต้องขับเคี่ยวแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงกับ แอรอน วาน-บิสซาก้า แนวรับชาวผู้ดีก็ตาม

ดาโลต์ กล่าวภายหลังจรดปากกาว่า " การได้เล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นหนึ่งในเกียรติยศสูงสุดในวงการฟุตบอล เราได้แบ่งปันช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และผมก็เติบโตขึ้นมาก และความหลงใหลในสโมสรที่น่าทึ่งแห่งนี้ก็เพิ่มมากขึ้นนับตั้งแต่วันที่เข้ามาร่วมทีม ในฐานะกลุ่มผู้เล่น เราทุกคนรู้สึกเหมือนกำลังเริ่มต้นการเดินทางที่พิเศษในตอนนี้ ผมรับรองได้ว่า จะอุทิศตนอย่างไม่ลดละเพื่อช่วยให้ทีมนี้บรรลุเป้าหมายและทำให้แฟนๆได้ภูมิใจ แรงผลักดันนั้นยังคงดำเนินต่อไปในสัปดาห์นี้ โดยทุกคนมีสมาธิจดจ่อไปกับการเตรียมความพร้อมสำหรับนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ "

ด้าน จอห์น เมอเท่อห์ ผู้อำนวยการฟุตบอลของ ผีแดง กล่าวเสริมว่า ดิโอโก้ เป็นกองหลังที่ยอดเยี่ยม มีทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง และ สารพัดประโยชน์ เขาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงตัวเองตั้งแต่เข้าร่วมสโมสรในปี 2018 จนกลายมาเป็นกำลังสำคัญของทีมในเวลานี้ และจะอยู่กับสโมสรไปอีกนานหลายปีหลังจากต่อสัญญาฉบับใหม่ออกไป

" จรรยาบรรณในการทำงานและความเป็นมืออาชีพของ ดิโอโก้ นั้นยอดเยี่ยมมาก วิธีการที่เขาเตรียมตัวทุกวันเพื่อทำผลงานให้ได้ในระดับสูงสุดคือสิ่งที่เราทุกคนต้องการจากผู้เล่น ดิโอโก้ มีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง มีมาตรฐานสูง และมีบุคลิกที่ยอดเยี่ยม เรายินดีที่เขาจะยังคงเป็นสมาชิกคนสำคัญของทีมต่อไปอีกหลายปีข้างหน้า " ผอ.ลูกหนัง เร้ด เดวิลส์ กล่าว

ที่มาของภาพ: gettyimages.com