ล้ำก่อน! ฝ่ายพัฒนาผู้ตัดสิน แถลงจังหวะที่ เอเลฟ วิเอร่า กองหลัง ขอนแก่น ยูไนเต็ด ยิงประตูเข้าไป แต่ VAR แจ้งว่าอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า แม้บอลจะไปสัมผัสเท้าของ ชานุกูล ก่อนจะมาเข้าทาง

ฝ่ายพัฒนาผู้ตัดสิน ออกชี้แจงเหตุการณ์ และการทำหน้าที่ ในการแข่งขันฟุตบอล รีโว่ ไทยลีก ฤดูกาล 2022-23 แมตช์เดย์ที่ 28 ระหว่าง โปลิศ เทโร เอฟซี พบ ขอนแก่น ยูไนเต็ด พบ ในนาทีที่ 4 ในจังหวะที่ เอเลฟ วิเอร่า ซานโตส ผู้เล่น ขอนแก่น ยูไนเต็ด ยิงประตูเข้าไป เป็นจังหวะล้ำหน้าก่อนหรือไม่

สำหรับ เหตุการณ์นี้ ผู้ตัดสินให้เป็นการทำประตูของขอนแก่น ยูไนเต็ด เนื่องจากไม่มีสัญญานแจ้งจากผู้ช่วยผู้ตัดสินว่ามีการล้ำหน้าเกิดขึ้น

- หลังจากนั้น VAR ได้มีการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว โดยได้ตรวจสอบว่า ในขณะที่ ลิดอร์ โคเฮน ผู้เล่นขอนแก่น ยูไนเต็ด พยายามพาบอลเข้าไปทำการรุกนั้น มีผู้เล่นโปลิศ เทโร เอฟซี ได้เข้ามาพยายามแย่งบอลสองคน ก่อนที่ ลิดอร์ โคเฮน จะจิ้มบอลส่งต่อให้เอเลฟ วิเอร่า ซานโตสไป หลังจากที่ลิดอร์ โคเฮนส่งบอลออกจากเท้าไปแล้ว บอลไปสัมผัสเท้าของ ชานุกูล ก๋ารินทร์ ผู้เล่นโปลิศ เทโร เอฟซี ที่กำลังเสียหลักล้มลง ก่อนที่บอลจะเคลื่อนที่ไปหาเอเลฟ วิเอร่า ซานโตส ที่ยิงประตูเข้าไป ทั้งนี้ จังหวะที่บอลไปสัมผัสเท้าของ ชานุกูล ก๋ารินทร์ นั้น ชานุกูล ไม่ได้มีเจตนาเล่นบอล แต่เท้าไปสัมผัสบอลในลักษณะที่กำลังเสียหลักล้มลง ไม่ได้มีความพร้อมในการเล่น (Deliberate Action/ Not Deliberate Play) ก่อนที่บอลจะเลยไปถึงเอเลฟ วิเอร่า ซานโตส ผู้เล่นขอนแก่น ยูไนเต็ด ที่ยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า

- ดังนั้น เมื่อเอเลฟ วิเอร่า ซานโตส ได้รับบอลจากฝ่ายตรงข้ามที่ไม่ได้มีการเจตนาเล่นบอล ทำให้ VAR พิจารณากรณีนี้ว่ามีการล้าหน้าโดยอาศัยความได้เปรียบจากตำแหน่งล้ำหน้า (Gaining an Advantage) เกิดขึ้น และ การล้ำหน้านั้น เกิดขึ้นใน APP จึงต้องยกเลิกการทำประตูของขอนแก่น ยูไนเต็ด

- ซึ่งการพิจารณาการล้ำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเล่น ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริง (Factual Decision) VAR สามารถแจ้งผู้ตัดสินให้กลับคำตัดสินได้เลยตาม VAR Protocol

* คำตัดสินที่ควรจะเป็น จากวิทยากร ฝ่ายพัฒนาผู้ตัดสิน (Expected Decision): ล้ำหน้า โดยการอาศัยความได้เปรียบจากตำแหน่งล้ำหน้า เนื่องจากถึงแม้ว่าบอลจะไปสัมผัสเท้าของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามก่อนที่จะมาถึงผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ในจังหวะที่บอลสัมผัสเท้าของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามไม่ถูกพิจารณาว่าเป็นการเจตนาเล่น เนื่องจากเป็นจังหวะที่กำลังล้มลงแล้วเท้าไปสัมผัสบอล จึงถูกพิจารณาว่าไม่ได้มีความพร้อมในการเล่น ดังนั้นผู้เล่นที่ได้รับบอลในตำแหน่งล้ำหน้าจึงต้องถูกพิจารณาว่ามีการล้ำหน้าเกิดขึ้น