เผยทฤษฎีเบื้องหลังการฉลองประตูท่าล่าสุดของมาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากทีมนักเตะทีมอื่นๆ ทำท่าดีใจแบบเดียวกันถึง 3 รายภายในระยะเวลา 1 อาทิตย์

          มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้เห็นผู้เล่นของทีมคู่แข่ง 3 คนฉลองประตูแบบเดียวกับเขาภายในระยะเวลา 3 วัน โดยที่โยชัว คิมมิช ของบาเยิร์น มิวนิคและโจลินตอนของนิวคาสเซิ่ลเป็นสองรายคนล่าสุดที่เลียนแบบท่าดีใจของกองหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั้งนี้คิมมิช วัย 27 ปี ทำประตูตีเสมอในนาทีที่ 90 ในเกมกับโคโลญจน์เมื่อคืนที่ผ่านมา (อังคารที่ 24 มกราคม 2566) ทำให้จ่าฝูงบุนเดสลีก้าได้ 1 แต้ม โดยคิมมิช ได้บอลจากดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ก่อนยิงไกลสุดสวย จากนั้นเจ้าตัวก็ฉลองประตูด้วยการเอานิ้วชี้แตะที่ด้านข้างศีรษะ

          ส่วนอีกเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา โจลินตอนก็ฉลองประตูใทำนองเดียวกัน เขาทำประตูให้นิวคาสเซิ่ล จากจังหวะที่อเล็กซานเดอร์ อิซัค กระชากหนีแนวรับเซาธ์แฮมป์ตันไปถึงเส้นหลังก่อนปาดมาในกรอบ 6 หลาให้ โจลินตอน ซัดเข้าไปง่ายๆ ทำให้ทัพสาลิกาดงกุมความได้เปรียบในเลกแรกของการแข่งขันคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ โดยที่การฉลองประตูของคิมมิช และ โจลินตอน ชัดเจนว่าอ้างอิงไปถึงแรชฟอร์ด ซึ่งทำประตูได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมที่ทัพปีศาจแดงพ่ายแพ้ 3-2 ต่ออาร์เซนอล เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา 

          แต่นั่นไม่ใช่ครั้งเดียวที่เราได้เห็นนิ้วชี้ไปที่หัว เพราะที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เรายังได้เห็นบูกาโย่ ซาก้า ก็อปปี้ท่าดีใจดังกล่าวหลังจากยิงให้เจ้าถิ่นขึ้นนำในครึ่งหลัง แรชฟอร์ด วัย 25 ปี ไม่ได้อธิบายว่าทำไมเขาถึงฉลองประตูแบบนี้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่มันกลายเป็นภาพจำที่เห็นได้ทั่วไปมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขายังคงทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง นักเตะทีมชาติอังกฤษทำไป 5 ประตูจาก 6 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ ลีก และเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่โดดเด่นในลีกสูงสุด

          ดาวเตะที่ชื่นชมปีศาจแดงมาตั้งแต่เด็กๆ ได้รับเสียงชื่นชมอย่างกว้างขวางจากงานการกุศลและการทำกิจกรรมเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่เขาเปิดใจถึงความยากลำบากที่ต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว “บางครั้งผมเจอปัญหาเกี่ยวกับสภาพจิตใจ” แรชฟอร์ด กล่าวกับ Sky Sports “มันไม่เชิงเป็นฟอร์มการเล่นของตัวเองแต่เป็นอย่างอื่นนอกสนาม นั่นคือความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดจากฤดูกาลที่แล้ว ฤดูกาลที่แล้วบ่อยมากเลยผมไม่ได้อยู่ในกรอบความคิดที่ถูกต้องในเกม ผมไม่แปลกใจกับบางสิ่งที่มันเกิดขึ้น"

          การสะท้อนตัวเองอย่างกล้าหาญของแรชฟอร์ดเกี่ยวกับสุขภาพจิตที่เอาแน่เอานอนของเขาไม่ได้ทำให้เกิดทฤษฎีว่าท่าดีใจใหม่ของเขานั้นเป็นเครื่องเตือนใจให้ดูแลตัวเอง (แต่บางครั้งก็อาจตีความได้ว่า "ใช้สมองหน่อย" หรือ "ไม่โง่นะ") เชื่อกันว่า ครั้งแรกที่เขาชี้ไปที่หัวของเขาและหยุดนิ่งก็คือหลังจากทำประตูได้ที่โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม ในวันส่งท้ายปีเก่า เมื่อเขายิงประตูชัยในเกมกับวูล์ฟส์ กองเชียร์ในโอลด์ แทรฟฟอร์ด หวังว่าจะได้เห็นการฉลองประตูแบบนี้อีกมากในเดือนต่อๆ ไป ทั้งนี้แรชฟอร์ดทำไป 17 ประตูจากการลงเล่น 28 นัดรวมทุกรายการในฤดูกาลนี้ และยังทำอีก 5 แอสซิสต์ด้วย

 

 

 

 

 

 

ที่มาของภาพ: gettyimages.com