"สิงโตคำราม"อังกฤษ โชว์ฟอร์มเด็ดคว้าแชมป์กลุ่ม หลังปูพรมถล่ม "เวลส์" โดยรัวยิง 3 ประตูรวดในครึ่งหลัง คว้าแชมป์กลุ่มเข้า 16 ทีมไปพบ "เซเนกัล" ส่วน "อเมริกา" เฉือนชนะ "อิหร่าน" เข้าไปเจอ "ดัตช์" ในศึกฟุตบอลโลก "กาตาร์ 2022"

 การแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2022 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี นัดสุดท้าย คืนวันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2565 ที่สนามอาห์หมัด บิน อาลี สเตเดี้ยม ประเทศกาตาร์ เวลส์ พบกับ อังกฤษ  ก่อนแข่ง "มังกรแดง" เวลส์ มีเพียง 1 แต้มจาก 2 นัด จำต้องชนะให้ได้เพื่อลุ้นในการเข้ารอบ 16 ทีม ส่วน "สิงโตคำราม"อังกฤษ เก็บไว้ 4 คะแนน เกมนี้ขอแค่เพียงผลเสมอก็เข้ารอบ 

 ครึ่งแรก เกมส่วนใหญ่เป็นของ "สิงโตคำราม"อังกฤษ ที่ปูพรมไล่บด "มังกรแดง" เวลส์ อย่างหนัก โดยมีจังหวะการเข้าทำถึง 9 ครั้ง และยิงเข้ากรอบลุ้นประตู 2 ครั้ง แต่ยังไม่เป็นผล ในขณะที่ เวลส์ พยายามเล่นเกมสวน โดยใช้ตัวความหวัง แกเร็ธ เบล เป็นตัวเดินเกม แต่มีโอกาสแค่ 2 ครั้ง และยังยิงไม่เข้ากรอบ หมดครึ่งแรกทำอะไรกันไม่ได้เสมอกัน 0-0

 ครึ่งหลัง GOAL นาทีที่ 50 หลังพยายามอยู่นาน "สิงโตคำราม" อังกฤษ พังประตูแรกจนได้ จากจังหวะการลากเลื้อยเข้าไปของ ฟิล โฟเด้น จนถูกเตะล้มหน้าเขตโทษ อังกฤษ ได้เตะฟรีคิก มาร์คัส แรชฟอร์ด อัดด้วยขวาข้ามกำแพงมุดลงเสาแรก เวลส์ โดน อังกฤษ เจาะจนได้ 0-1

 GOAL นาทีที่ 52 หลังโดนทะลวงประตูแรก เวลส์ เสียกระบวนมาเสียประตูที่สองติดต่อกัน จากความผิดพลาดของแนวรับ โดน แฮร์รี่ เคน แย่งบอลได้ แล้วปาดไปหน้าประตูให้ ฟิล โฟเด้น ซัดเข้าไป เวลส์ โดน อังกฤษ หนีห่าง 0-2

 GOAL นาทีที่ 68 ไร้ความกดดันและรูปเกมที่เหนือกว่าทำให้ อังกฤษ มาได้ประตูที่สาม ด้วยความสามารถเฉพาะตัวของ มาร์คัส แรชฟอร์ด โดยใช้ความเร็วเข้าไปรับบอลและกระชาก ตัดเข้าเขตโทษแล้วซัดลอดตัว แดนนี่ วอร์ด ผู้รักษาประตูเวลส์เข้าไป อังกฤษ หนี 0-3 และเป็นประตูที่สองในเกมนี้ของ แรชฟอร์ด 

 ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม หมดเวลาการแข่งขัน เวลส์ พ่าย อังกฤษ 0-3 ทำให้ เวลส์ ตกรอบด้วยอันดับบ๊วยของกลุ่ม ส่วน "สิงโตคำราม" อังกฤษ เป็นแชมป์กลุ่ม ส่วนผลอีกคู่ สหรัฐอเมริกา ชนะ อิหร่าน 1-0 ทำให้ อเมริกา เข้าเป็นอันดับสอง ในรอบ 16 ทีม สหรัฐอเมริกา จะพบ เนเธอร์แลนด์ แชมป์กลุ่ม เอ แข่งขัน 3 ธันวาคม ส่วน อังกฤษ พบกับ เซเนกัล รองแชมป์กลุ่ม เอ ในวันที่ 4 ธันวาคม

 ผู้เล่นตัวจริง เวลส์ (ระบบการเล่น 4-2-3-1) : แดนนี่ วอร์ด (ผู้รักษาประตู), เบน เดวิส, โจ โรดอน, คริส เมแฟม, เนโก วิลเลียมส์, อีธาน อัมปาดู, โจ อัลเลน, อารอน แรมซี่ย์, แดเนียล เจมส์, แกเร็ธ เบล, คีฟเฟอร์ มัวร์

 ผู้เล่นตัวจริง อังกฤษ (ระบบการเล่น 4-1-2-3) : จอร์แดน พิคฟอร์ด  (ผู้รักษาประตู),  ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์, เดแคลน ไรซ์, จู๊ด เบลลิงแฮม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, มาร์คัส แรชฟอร์ด, ฟิล โฟเด้น, แฮร์รี่ เคน