ศึกสองล้อ “หนูน้อยขาไถ ชิงแชมป์ประเทศไทย” ชิงถ้วยพระราชทานฯ บรรยากาศคึกคัก มีหนูน้อยนักปั่นแห่สมัครเพียบ ด้าน “เสธ.หมึก” เผยสมาคมกีฬาจักรยานฯ ร่วมกับ “เอฟบีที” เปิดรับสมัครตามสาขาต่าง ๆ ของเอฟบีที รวม 6 สาขา ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย.65

“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้จัดการแข่งขันจักรยาน “หนูน้อยขาไถ ชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2565” (Balance Bike Thailand Championships 2022) ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมทั้งสิ้น 4 สนาม ระหว่างเดือนธันวาคม 2565 ถึงเดือนมกราคม 2566 ที่สวนกีฬากมล (Kamol Sports Park) ถนนสุวินทวงศ์ หนองจอก กทม. โดยได้รับการสนับสนุนจาก นายกมล โชคไพบูลย์กิจ ประธานกรรมการ และ นางปวีณา โชคไพบูลย์กิจ รองประธานกรรมการ บริษัท โรงงานฟุตบอลล์ไทย สปอร์ตติ้งกู๊ดส์ จำกัด หรือ เอฟบีที ในการใช้สนามขาไถภายในสวนกีฬากมลเป็นสนามแข่งขัน

พลเอกเดชา กล่าวว่า หลังจากที่สื่อมวลชนได้เผยแพร่ข่าวการแข่งขันจักรยานหนูน้อยขาไถ ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานฯ ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากบรรดาผู้ปกครองเป็นอย่างมาก มีการโทรศัพท์เข้ามาสอบถามข้อมูล และโปรแกรมการแข่งขันสนามต่าง ๆ ล่าสุดมีการลงทะเบียนสมัครมากกว่า 200 คนแล้ว ขณะเดียวกันบรรยากาศที่สนามขาไถภายในสวนกีฬากมลก็มีความคึกคักเป็นพิเศษ เพราะมีผู้ปกครองพาบุตรหลานไปฝึกซ้อมเพื่อเตรียมตัวเข้าแข่งขันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นรายการที่ยิ่งใหญ่ มีการเก็บคะแนนสะสมแบบซีรี่ส์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยหนูน้อยที่ชนะเลิศคะแนนรวมในแต่ละรุ่นจะได้ครองถ้วยพระราชทานฯ และมีเหรียญรางวัลพระราชทานให้แก่หนูน้อยที่ได้อันดับ 1-5 ในแต่ละสนาม พร้อมทั้งเหรียญที่ระลึกพระราชทานที่มีพระนามาภิไธยย่อ “ส.ธ.” ให้แก่หนูน้อยนักปั่นที่เข้าร่วมการแข่งขันทุกคน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและเป็นเกียรติประวัติแก่ตนเองและวงศ์ตระกูลสืบไป

“สำหรับการแข่งขันจักรยานหนูน้อยขาไถ ชิงแชมป์ประเทศไทยฯ แบ่งออกเป็น 16 รุ่น ประกอบด้วย รุ่นอายุไม่เกิน 2 ขวบชาย-หญิง, รุ่นอายุ 2 ขวบชาย-หญิง, รุ่นอายุ 3 ขวบชาย-หญิง, รุ่นอายุ 4 ขวบชาย-หญิง, รุ่นอายุ 5 ขวบชาย-หญิง, รุ่นอายุ 6 ขวบชาย-หญิง, รุ่นโอเพ่น บิ๊ก อายุ 7-10 ขวบ ชาย-หญิง และรุ่นโอเพ่น สมอล อายุไม่เกิน 4 ขวบ 6 เดือนชาย-หญิง มีการชิงชัยทั้งหมด 4 สนาม ประเดิมสนามแรกในวันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม ศกนี้, สนามที่ 2 วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม 2565, สนามที่ 3 วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม 2566 และสนามที่ 4 สนามสุดท้าย วันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 ซึ่งตรงกับวันเด็กแห่งชาติ โดย 3 สนามแรกสมาคมกีฬาจักรยานฯ จะทำการถ่ายทอดสดให้ชมทางเฟซบุ๊กไลฟ์ Thaicycling Association ตลอดการแข่งขัน ส่วนสนามสุดท้ายสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จะมาบันทึกเทปเพื่อนำไปออกอากาศในรายการ “ปั่นสู่ฝันคนวัยมันส์” วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2566 เวลา 14.00-16.00 น. รวม 2 ชั่วโมงเต็ม” พลเอกเดชา กล่าว

นายกสองล้อไทย เจ้าของฉายา “หมึกต้นแบบ” กล่าวต่อไปว่า การแข่งขันแต่ละสนามจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป โดยสนามที่ 1 จะแข่งขันแบบปั๊มแทร็ก มีเนินกระโดดที่จำลองมาจากสนามแข่งขันบีเอ็มเอ็กซ์ ทำให้หนูน้อยที่เข้าร่วมแข่งขันได้ใช้ทักษะอย่างเต็มที่ ส่วนสนามที่ 2 จะแข่งขันแบบเรซซิ่ง เซอร์กิต ซึ่งจะเป็นการแข่งท่าใช้ความเร็วสูงกว่า เพราะแข่งบนพื้นเรียบไม่มีเนินกระโดดมาเป็นอุปสรรค ต่อด้วยสนามที่ 3 จะเป็นการแข่งขันแบบครอสคันทรี่ รอบสวนกีฬากมล จำลองมาจากการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาครอสคันทรี่ และสนามสุดท้าย จะกลับมาแข่งขันแบบปั๊มแทร็กอีกครั้ง ซึ่งรูปแบบการแข่งขันแต่ละสนามจะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาไปสู่การเป็นนักกีฬาจักรยานในอนาคต ทั้งประเภทบีเอ็มเอ็กซ์, ประเภทถนน, ประเภทลู่ และประเภทเสือภูเขา นอกจากนี้ยังเป็นการปลูกฝังให้หนูน้อยเหล่านี้มีจิตสำนึกให้รักกีฬาตั้งแต่เล็ก ๆ แก้ไขปัญหายาเสพติดและปัญหาติดเกมส์คอมพิวเตอร์ในวัยเด็ก

พลเอกเดชา กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากมีการเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ก็มีผู้ปกครองส่วนหนึ่งแจ้งความประสงค์มาว่าอยากให้แบ่งการแข่งขันออกเป็นประเภทมือใหม่ที่ยังไม่เคยลงสนามแข่งขันเลย กับประเภทชิงแชมป์ประเทศไทย ที่หนูน้อยนักปั่นผ่านการแข่งขันมาหลายสนามแล้ว เพราะเด็กเล็กที่ยังไม่เคยลงแข่งขันเลยนั้น ทักษะต่าง ๆ จะสู้พวกมือเก๋าไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ในสนามแรก วันที่ 11 ธันวาคมนี้ คงจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว เนื่องจากได้กำหนดรุ่นแข่งขันและมีการรับสมัครไปแล้วกว่า 200 คน แต่ในการประชุมผู้จัดการทีมช่วงเช้าก่อนการแข่งขัน เวลา 08.00 น. สมาคมกีฬาจักรยานฯ จะขอฉันทามติจากผู้ปกครองว่าในสนามที่ 2 วันที่ 18 ธันวาคม จะมีการแยกประเภทมือใหม่ กับประเภทชิงแชมป์ประเทศไทย ทุกฝ่ายจะเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร หากมติที่ประชุมเห็นชอบให้มีการแยกประเภทมือใหม่ ก็จะเริ่มตั้งแต่สนามที่ 2 เป็นต้นไป โดยจัดแข่งขันครบ 16 รุ่น เหมือนประเภทชิงแชมป์ประเทศไทย

“สำหรับประเภทมือใหม่ ผู้ชนะเลิศคะแนนรวมในแต่ละรุ่นจะได้รับถ้วยเกียรติยศจากผู้ใหญ่ในวงการกีฬา อาทิ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาจักรยานฯ, นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ที่ปรึกษาสมาคมกีฬาจักรยานฯ, รวมไปถึง ถ้วยเกียรติยศจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร, นายกมล โชคไพบูลย์กิจ ประธานกรรมการบริษัท โรงงานฟุตบอลล์ไทย สปอร์ตติ้งกู๊ดส์ จำกัด เป็นต้น นอกจากนี้หนูน้อยนักปั่นมือใหม่จะได้รับเหรียญที่ระลึกพระราชทานที่มีพระนามาภิไธยย่อ ส.ธ. ทุกคน” นายกสองล้อไทย กล่าว

พลเอกเดชา กล่าวเสริมว่า สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการส่งบุตรหลานเข้าแข่งขันสามารถสมัครได้ทางเว็บไซต์ของสมาคมกีฬาจักรยานฯ www.thaicycling.or.th ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน เวลา 14.00 น. แต่เนื่องจากมีผู้ปกครองหลายท่านแจ้งมาว่าไม่สะดวกที่จะสมัครทางเว็บไซต์ ทางสมาคมฯ จึงร่วมกับ เอฟบีที เปิดรับสมัครตามสาขาต่าง ๆ ของเอฟบีที รวม 6 สาขา ดังนี้ 1.ศูนย์สรรพสินค้ากีฬา เอฟบีที สปอร์ตคอมเพล็กซ์ หัวหมาก ชั้น 1, 3, 4, 5 และ 6 โทร.0-2718-4700-10, 2.FBT Sport Shop (สนามกีฬา เอฟบีที สปอร์ตพาร์ค) โทร.0-2360-6097, 3.FBT Shop สาขาหนองจอก โทร.0-2186-0100-10, 4.FBT OUTLET สาขาเอาท์เล็ต สแควร์ เมืองทองธานี โซน SF โทร.0-2052-6955, 5.FBT OUTLET สาขาลาดกระบัง โทร.0-2326-8230, 6.บริษัท เอฟบีที จำกัด สาขาพระราม 6 (ปทุมวัน) ชั้น 1 โทร.0-2214-1403 ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 6 ธันวาคม และยังเปิด Walk in ให้ไปสมัครได้ด้วยตนเอง ณ สวนกีฬากมล ถนนสุวินทวงศ์ เขตหนองจอก ระหว่างวันที่ 7-9 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.0-2719-3340-2 ในวันและเวลาราชการ.