โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ดาวเตะทีมชาติอียิปต์ของลิเวอร์พูลพยายามจะบอกเจอร์เก้น คล็อปป์ เป็นนัยๆ ถึงตำแหน่งที่เขาโปรดปรานหลังหงส์แดงเอาชนะนาโปลี ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา

          โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ พยายามจะบอก เจอร์เก้น คล็อปป์ ถึงตำแหน่งโปรดของเขา หลังจากที่ลิเวอร์พูลทำสองประตูในช่วงท้ายเกมเอาชนะ นาโปลี 2-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา (อังคารที่ 1 พฤศจิกายน 2565) โดยดาวเตะชาวอียิปต์ทำประตูแรกในนาทีที่ 85 หลังจากที่ลูกโหม่งของดาร์วิน นูนเญซ โดนอเล็กซ์ เมเร็ต เซฟเอาไว้ได้ จากนั้นหงส์แดงก็ขึ้นนำ 2-0 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ลอยมาโขกลูกเตะมุมติดเซฟ อเล็กซ์ เมเร็ต ปัดไปเข้าทาง ดาร์วิน นูนเญซ ตามซ้ำเข้าไปแต่โดนจับล้ำหน้า ผู้ตัดสิน รอเช็ค VAR อยู่นานสุดท้ายเปลี่ยนให้เป็นประตู

          ถือเป็นฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งของลิเวอร์พูล ซึ่งครองเกมเหนือนาโปลีและกลายเป็นทีมแรกที่เอาชนะพวกเขาได้ในรอบ 21 เกม ซึ่งเป็นสถิติที่ต้องย้อนหลังไปถึงเดือนเมษายน เกมนี้คล็อปป์ทำการเปลี่ยนแปลงสี่ตำแหน่งจากทีมที่แพ้ลีดส์ 2-1 เมื่อวันเสาร์และกลับมาใช้รูปแบบ 4-3-3 ที่เป็นเครื่องหมายการค้าของเขาโดยมีซาลาห์อยู่ทางขวา โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ อยู่ตรงกลางและเคอร์ติส โจนส์ อยู่ทางซ้าย

          โดยหลังจากเล่นในระบบไดมอนด์ 4-4-2 ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซาลาห์ก็ยอมรับว่าเขาสนุกกับการกลับมาเป็นรูปแบบที่เขาเคยเล่น "มันไม่ใช่งานของผม แต่เป็นงานของบอส" เขาตอบเมื่อถูกถามโดย BT Sport ว่าระบบ 4-3-3 ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นสำหรับเขาหรือ “ใช่ครับ” จากนั้นเขาก็เสริมเมื่อถูกถามว่ารู้สึกสบายใจขึ้นหรือไม่ “ตำแหน่งไหนผมก็สบายใจครับ ผมมีความสุขกับมัน ผมเล่นตำแหน่งนี้มาห้าหรือหกปีแล้ว ดังนั้นผมต้องตอบว่าใช่ ตำแหน่งนั้นดีที่สุดสำหรับผม แต่ผมไม่ใช่ผู้จัดการ ผู้จัดการทีมเป็นคนตัดสินใจเรื่องแทคติกและในฐานะผู้เล่นคุณต้องเดินตามผู้นำ”

          ซาลาห์รู้สึกโล่งใจเมื่อพบว่าเขาได้รับเครดิตเป็นผู้ทำประตูแรก ซึ่งได้รับการยืนยันจาก VAR เขาบอกว่าในสนามมันไม่ชัดเจนว่าบอลข้ามเส้นจากลูกโหม่งของนูนเญซแล้วหรือไม่ ก่อนที่เขาจะตามซ้ำมาหลังจากการเซฟของเมเร็ต “ใครยิงก็ได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทีมชนะ ในฐานะกองหน้า ผมอยากทำประตู ดาร์วินอยากทำประตู เราทำแบบนั้นทั้งสองคน” เขากล่าว “ผมคิดว่ามันสำคัญ ชัยชนะในวันนี้จะทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะเราเล่นเกมได้ดีทั้งเวลามีและไม่มีบอล เราพยายามแย่งบอลกลับมาครองอย่างรวดเร็ว อย่างที่คุณเห็น ในลีกเรายังทำได้ไม่ดีนัก แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถผลักดันตัวเองได้เล็กน้อย เราแค่ต้องชนะเกมให้มากขึ้นในลีก”

          ซาลาห์จบค่ำคืนด้วยประตูที่ 7 ของแชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ แต่มีเกมที่เงียบเกือบตลอดทั้งคืนกับนาโปลี โดยผลกระทบก่อนหน้านี้ของเขาคือตอนที่เก็บบอลทางขวาก่อนลากดึงจังหวะและป้ายตั้งให้ ติอาโก้ อัลกันตาร่า สอดมาปั่นหน้ากรอบ 18 หลาโค้งไปติดเซฟเมเร็ต ทางฝั่งนาโปลีเองก็ดูเหมือนจะพลาดโอกาสทองในช่วงต้นครึ่งหลังจากลูกฟรีคิกทางฝั่งซ้ายบอลโค้งมาหน้ากรอบ 6 หลาข้ามหัว วิคเตอร์ โอซิมเฮน มาเข้าทาง เลโอ ออสติการ์ด โถมมาโขกแบบไร้ตัวประกบตุงตาข่าย แต่เมื่อเช็ค VAR อยู่หลายนาทีก็ริบสกอร์คืนเนื่องจาก วิคเตอร์ โอซิมเฮน ไปยืนเหลื่อมล้ำหน้าและมีส่วนร่วมในการทำประตู ที่สุดแล้วลิเวอร์พูลชนะไป 2-0 ส่งทัพ "อัซซูร่า" พ่ายเป็นนัดแรกของซีซั่นมี 15 คะแนนเท่ากันแต่ ประตูได้-เสียดีกว่าซิว แชมป์กลุ่ม A ควงคู่ลิ่วรอบน็อคเอาท์ 

 

ขอบคุณภาพ : BT Sport