ต้องตื่นตัวกว่านี้!  “บิ๊กเสือ” สัมฤทธิ์ ธนะกาญจนสุทธิ์ ประธานสโมสอ็อกซ์ฟอร์ดยูไนเต็ด เผย เบน เดวิส โทรมาปรึกษาต้องการย้ายออกจาก “สิงห์เจ้าท่า” เพื่อไปเล่นให้ทีมอื่น รับจุดอ่อนของ “เบน” คือไม่ตื่นตัวทั้งตอนซ้อมและลงแข่ง ซึ่งผิดวิสัยของนักเตะอาชีพ

ความเคลื่อนไหวของ เบน เดวิส นักเตะดีกรีทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี หลังล่าสุด สัมฤทธิ์ ธนะกาญจนสุทธิ์ ประธานสโมสร อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด ทีมในศึกลีกวัน เปิดเผยว่า เบน เดวิส กองกลางลูกครึ่งไทย-อังกฤษ โทรมาปรึกษาว่าต้องการย้ายออกจาก การท่าเรือ เอฟซี เพื่อไปเล่นให้ทีมอื่น หลังที่ผ่านมา แทบไม่มีโอกาสลงสนามมากนักกับการท่าเรือ

สำหรับ ดาวเตะวัย 21 ปี ตัดสินใจย้ายจาก อ็อกซ์ฟอร์ด มาอยู่กับ สิงห์เจ้าท่า ด้วยสัญญายืมตัว เพื่อโอกาสลงเล่นมากขึ้น อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา กลับมีโอกาสลงเล่นเพียง 60 นาทีเท่านั้น และ ยังไม่มีโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงแม้แต่นัดเดียว

“บิ๊กเสือ” สัมฤทธิ์ ธนะกาญจนสุทธิ์ ประธานสโมสอ็อกซ์ฟอร์ดยูไนเต็ด ชาวไทย ได้เปิดเผยกับเพจ บี บางปะกง - Bebangpakong ถึงอนาคตการค้าแข้งของ “เบนจามิน เดวิส” ที่ปัจจุบันถูกยืมตัวจากอ็อกซ์ฟอร์ด มาค้าแข้งในไทยลีก กับสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ไว้ว่า “เบน ได้โทรมาปรึกษาตน เพื่อขอย้ายทีมจากท่าเรือไปเล่นให้สโมสรอื่น ซึ่งตนได้คุยกับเขาว่า นั่นไม่ใช่วิธีคิดที่ถูกต้องของนักฟุตบอลอาชีพ จริงๆแล้วจุดประสงค์ที่ตนให้เบนย้ายจากอังกฤษมาเล่นที่เมืองไทย ก็เพื่อให้เขาได้มีโอกาสลงเล่น ไม่ต้องทนเป็นตัวสำรองที่อังกฤษ”

“ยังไงเจ้าตัวก็ต้องต่อสู้เพื่อยึดตัวจริงกับสิงห์เจ้าท่าให้ได้ ไม่อย่างนั้นแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรกับเขาเลย โดยตนบอก เบน อย่างตรงไปตรงมาว่า ถ้าเขามาเล่นไทยลีกแล้วดีไม่พอสำหรับท่าเรือ อนาคต อ็อกซ์ฟอร์ด ก็จะไม่ดึงเขากลับเมืองผู้ดี อย่างแน่นอน เพราะนั่นหมายความว่า ฝีเท้าของเจ้าตัวไม่ได้มีการพัฒนาขึ้นเลยแม้แต่น้อย”

นอกจากนี้ “บิ๊กเสือ” ยังเผยถึง จุดอ่อนสำคัญของ เบน เดวิส ที่โค้ชอ็อกซ์ฟอร์ดทุกคนเห็นเหมือนกัน ว่า “เจ้าตัวเป็นค่อนข้างเฉือย ไม่ตื่นตัวทั้งตอนซ้อมและลงแข่ง ซึ่งผิดวิสัยของนักเตะอาชีพที่ทุกคนต้องต่อสู้เพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริง ซึ่งตรงนี้แม้เจ้าตัวจะมีเทคนิคการเล่น และความสามารถเฉพาะตัว ที่ดีอย่างไร โค้ชที่ไหนก็คงไม่เลือกเขาเป็นตัวจริงอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับ สก๊อตต์ คูเปอร์ กุนซือการท่าเรือ ที่ได้พูดคุยกับตนว่าเห็นเหมือนกันว่าเจ้าตัวไม่ค่อยกระรือล้น อย่างที่ควรจะเป็น ดังนั้นคงยากที่จะให้ลงสนามเป็นตัวจริง ซึ่งนี่คือสิ่งที่ตนได้ให้เบนไปเร่งปรับปรุงตัวเองโดยด่วน ไม่งั้นคงยากที่จะมีอนาคต”

“เจ้าตัวก็เชื่อในคำแนะนำและรีบไปเร่งแก้ไขจุดอ่อนเรื่องนี้ จนล่าสุด เขาได้มีโอกาสลงเล่นเป็นตัวสำรองถึงครึ่งชั่วโมงนัดที่ท่าเรือบุกไปเสมอหนองบัวพิชญ และทำผลงานได้น่าพอใจขึ้น ก็หวังว่า เบน จะมุ่งมั่นต่อสู้ในถิ่นคลองเตยต่อไป เชื่อว่าสถานการณ์ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น และมีโอกาสกลับไปพิสูจน์ตัวเองในลีกอังกฤษอีกครั้ง เพราะเขาอายุยังไม่มากแค่ 21 ปีเท่านั้นเอง”

ในวันอาทิตย์ที่ 2 ต.ค.นี้ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสิงห์เจ้าท่า ได้ชวนให้ตนไปเชียร์ท่าเรือและเบน ในการเปิดบ้านทำศึกบิ๊กแมตช์กับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่สนามแพท สเตเดี้ยม ในเวลาหกโมงเย็นด้วย ก็หวังว่า เขาจะได้มีโอกาสลงโชว์ฝีเท้าอีกครั้ง