เพิ่มพื้นที่สีเขียวใน 4 จังหวัดภาคอีสาน เซเว่นส่งมอบกล้าไม้​ 120, 000​ ต้น​ สู่วัดและชุมชน ลดภาวะโลกรวน ในโครงการ “ปลูกป่า ปลูกอนาคต”

ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ส่งมอบกล้าไม้ 120, 000 ต้น สู่วัดและชุมชน เพิ่มพื้นที่สีเขียวใน 4 จังหวัดภาคอีสาน ในโครงการ “ปลูกป่า ปลูกอนาคต” ได้ริเริ่มแนวคิด CP ALL Planting Model ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยให้ความสำคัญกับความยั่งยืนของโครงการผ่านกระบวนการจัดการแบบห่วงโซ่คุณค่า (Supply chain values) ตามหลัก 3 ประโยชน์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เน้นสร้างอาชีพ สร้างการหมุนเวียนรายได้ สร้างองค์ความรู้ ปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติ ให้กับเด็กนักเรียน นักศึกษา และประชาชน ผ่านการสร้างพื้นที่สีเขียวจากคนภายในชุมชนเพื่อชุมชนของตนเอง

โครงการ "ปลูกป่า ปลูกอนาคต " เป็นโมเดลครบวงจรที่ไม่เพียงดูแลในด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคม โดยแบ่งออก 3 ช่วง ช่วง "ต้นน้ำ" คือการเพาะกล้าไม้ การอนุบาลกล้าไม้ โดยให้การสนับสนุนงบประมาณในการเพาะกล้าไม้ รวมถึงสร้างโรงเรือนต่างๆ ระบบน้ำในการดูแลรักษา อีกทั้งยังเป็นการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชน เมื่อกล้าไม้พร้อมที่ลงปลูกจะดำเนินการในช่วง“กลางน้ำ” ซึ่งจะนำกล้าไม้​ที่ได้จากแหล่งปลูก​ ส่งมอบให้แก่บ้าน วัด ชุมชน นำไปปลูกในพื้นที่กว่า 200 วัด และชุมชนใน 4 จังหวัด คือ จ.สุรินทร์ จ.บุรีรัมย์ จ.ศรีษะเกษ และ จ.สกลนคร และ “ปลายน้ำ” จะเป็นกิจกรรมในการเก็บข้อมูลในการปลูกป่าและติดตาม ดูแลบำรุงรักษาต้นไม้ให้เติบโตเพื่อใช้งานตามหลักประโยชน์​ 4​ อย่างอันได้แก่​ ประโยชน์​พอกิน​ พอใช้​ พออยู่​ และพอร่มเย็น​ซึ่งรวมถึงการช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจกไปด้วยพร้อมๆกัน

นายตรีเทพ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวคิด CP ALL Planting Model ภายใต้ชื่อโครงการ "ปลูกป่า ปลูกอนาคต " ซึ่งซีพี ออลล์ ดูแลระบบ Supply Chain​ Value การปลูกต้นไม้ โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในวันนี้จะเป็นการดำเนินงานในช่วง "กลางน้ำ" เป็นการส่งมอบให้แก่บ้าน วัด ชุมชน ซึ่งได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ จัดตั้งเป็นศูนย์กระจายกล้าไม้ภาคอีสาน ซึ่งรวมต้นไม้จากแหล่งปลูกกล้าไม้ที่เราได้ให้การสนับสนุน เป็นจำนวนกว่า 120,000 ต้น มอบให้กับภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน รวมถึงสถานที่สำคัญทางศาสนา เช่น วัด โบสถ์ เพื่อกระจายนำกล้าไม้ไปปลูกเพื่อทำประโยชน์ในโครงการต่างๆ เช่น โครงการป่าล้อมวัด, โคก หนอง นา, สระน้ำไร่นาฯ ในแปลงพื้นที่ของเกษตรกรและหลังจากนี้ก็จะเป็นการเก็บข้อมูล ติดตามการปลูกต้นไม้ เพื่อดูแลรักษาและวัดค่าการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อสรุปเป็นข้อมูลสำหรับโครงการในปีหน้าต่อไป

นายวิรัตน์ เลื่องลือ ผู้นำชุมชนโนนนารายณ์ กล่าวว่า ทางชุมชน มีความภาคภูมิใจ ในการดูแลต้นไม้ ตั้งแต่เป็นเมล็ด เราให้ความรัก ให้การดูแลเอาใจใส่ ต้นกล้าเหล่านั้น เพื่อที่รอวันที่เขาเติบโตขึ้นมา บ่มเพาะจนเติบโตเป็นต้นกล้า ในระหว่างที่ทำเราก็ไม่ได้คิดหรอกกว่าจะเอาไปปลูกตรงไหน จนมาถึงวันนี้ กล้าไม้ของเราได้เดินทางไปสู่พื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในจังหวัดของเราเอง และอีก 3 จังหวัด ไปยังสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวัดต่างๆ ชุมชน โครงการต่างๆ ทำให้เรามีความภูมิในว่าสิ่งเล็กๆ จากชุมชนที่ร่วมกันทำในระหว่างว่างจากการทำนา ในอนาคตมันจะกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ ที่ไม่ใช่แค่ให้ร่มเงา แต่ยังให้ประโยชน์ต่อชุมชนของเรา ขยายไปยังชุมชนอื่นๆและพื้นที่ต่างๆ ทำให้เรายิ่งภูมิใจมากขึ้นครับ

ด้วยนโยบาย 7 GO GREEN ดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม โดย ซีพี ออลล์ มีเป้าหมายที่จะปลูกต้นไม้ให้ได้ทั้งสิ้น 1 ล้านต้น ภายในปี 2568 ซึ่งทาง ซีพี ออลล์ ได้เริ่มดำเนินโครงการปลูกต้นไม้ ตั้งแต่ปี 2563 ดำเนินการปลูกไปแล้วกว่า 3 แสนต้น โดยในปีนี้รวมต้นไม้จากทั้ง 3 แหล่งที่ให้การสนับสนุน รวมจำนวนกว่า 120,000 ต้น ซึ่งมีนักศึกษาอาสาสมัครจากคณะเกษตรฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในการจัดเก็บข้อมูลการส่งมอบต้นไม้ พร้อมบันทึกข้อมูลผ่านโปรแกรม GeoJSON โดยต้นไม้ทุกต้นที่ถูกส่งมอบจะสามารถติดตามการเติบโตได้ในอนาคต เพื่อที่จะสามารถยื่นรับรอง โครงการ สนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme) หรือเรียกว่า โครงการ LESS ต่อไป ด้วยปณิธาน “ร่วมสร้างสรรค์ และแบ่งปันโอกาสต่อกัน”