เดินตามนโยบาย! พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ประมุขลูกหนังไทย ไฟเขียวให้ “มาดามแป้ง” ใช้นโยบายดันดาวรุ่ง ล่าฝัน "โอลิมปิก 2024 และ ฟุตบอลโลก 2026” พร้อมลั่นหากผลงานไม่ดี ตน พร้อมรับกระแสไว้คนเดียว พร้อมยืนยันวางแผนไปแล้วห้ามโลเลเด็ดขาด

หลังจากเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ทางด้าน “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมชาติไทยชุดใหญ่ และชุด ยู-23 ปี ได้เข้าประชุมหารือกับ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เกี่ยวกับการวางแผนก่อนเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์การแข่งขัน และการประสานงานด้านต่างๆ เพื่อให้ 2 ทีมช้างศึก ทั้งชุดใหญ่ และชุด 23 ปี พร้อมมากที่สุด ก่อนแข่งขันปี 2565-2567

ด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ประมุขลูกหนังไทย เกี่ยวกับการหารือกับ "มาดามแป้ง" ซึ่ง "บิ๊กอ๊อด" กล่าวว่า “จากที่ สมาคมฯ มีนโยบาย ใช้นักเตะเกิดหลังวันที่ 1 ม.ค. 2544 ในรายการฟุตบอล 23 ปี เพื่อต่อยอดไปสู่การชิงตั๋วโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส รวมทั้งไม่ใช้นักเตะโควตาอายุเกิน ใน ซีเกมส์ และเอเชี่ยนเกมส์ นั้น ตนก็ได้แจ้งต่อ มาดามแป้ง ซึ่ง มาดามแป้ง ก็ยินดีรับข้อนโยบายดังกล่าว แต่พูดถึงกรณีหากระหว่างนี้ ทีมชาติไทย มีผลงานไม่ดี จะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์มายังสมาคมฯ ซึ่งตนก็ตอบว่า ตนรับได้หากมีกระแสนี้”

“อย่างไรก็ตามนโยบายในเรื่องการให้โอกาสดาวรุ่ง ซึ่งนอกจากโอลิมปิกเกมส์แล้ว ยังเพื่อฟุตบอลโลก 2026 ด้วย เน้นตรงนี้เลย คุณแป้งก็โอเคกับนโยบาย ผมก็บอกคุณแป้งว่าหาก ระหว่างนี้ ทีมชาติผลงานไม่ดี เพราะใช้ดาวรุ่ง ถ้าจะมีกระแสกดดัน ก็ให้กดดันที่ผม เราต้องยึดในหลักการ เมื่อวางนโยบายไปแล้ว จะโลเลไม่ได้” พล.ต.อ.สมยศ กล่าวปิดท้าย

สำหรับ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ มีโปรแกรมสำคัญ 3 ทัวร์นาเมนต์ในช่วงปีนี้และปีหน้า ประกอบด้วย อุ่นเครื่อง 4 เส้า ในช่วงปฏิทินฟีฟ่า เดย์ ระหว่างวันที่ 22-25 ก.ย.65 ที่ จ.เชียงใหม่ ก่อนจะจะมีคิวไปป้องกันแชมป์ในศึกฟุตบอลอาเซียน คัพ หรือชื่อรายการใหม่ “เอเอฟเอฟ มิตซูบิชิ อิเล็กทริก คัพ 2022” ภายใต้สโลแกน “Together, we can build better” ระหว่างวันที่ 22 ธ.ค.65 – 17 ม.ค.66 และฟุตบอลเอเชียน คัพ 2023 รอบสุดท้าย ในช่วงเดือน มิ.ย.- ก.ค.66