เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอ่ยปากชมลูกทีมที่สัมผัสบอลแค่ 8 ครั้งตลอดทั้งเกมพรีเมียร์ ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา ที่ทีมของเขาเปิดรังถล่มทีมน้องใหม่อย่างบอร์นมัธไปถึง 4-0

          เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยกย่องฟอร์มการเล่นของเออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ในเกมที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถล่มบอร์นมัธ 4-0 เมื่อคืนที่ผ่านมา (เสาร์ที่ 13 สิงหาคม 2565) แม้ว่าดาวเตะชาวนอร์เวย์จะสัมผัสบอลเพียง 8 ครั้งระหว่างเกมและไม่สามารถยิงประตูได้ โดยแชมป์เก่าพรีเมียร์ ลีก คว้าชัยชัยชนะได้ทั้งสองเกมแรกในฤดูกาลใหม่โดยที่สัปดาห์ที่แล้วพวกเขาเอาชนะเวสต์แฮม และเมื่อคืนที่ผ่านมาก็ได้ประตูจากอิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรอยน์, ฟิล โฟเด้น และการทำเข้าประตูตัวเองของเจฟเฟอร์สัน เลอร์มา

 

          ฮาลันด์ได้สัมผัสบอลเพียงแปดครั้งระหว่างเกมกับบอร์นมัธ ซึ่งมากกว่าสถิติของโรเมลู ลูกากู ในเกมพรีเมียร์ ลีก ที่เชลซีพบคริสตัลพาเลซ เมื่อฤดูกาลที่แล้วที่สัมผัสบอล 7 ครั้งแค่ครั้งเดียว และในความเป็นจริง ฮาลันด์ผ่านบอลสำเร็จได้เพียง 2 ครั้งตลอดทั้งเกม ซึ่งเป็นจำนวนที่ต่ำที่สุดสำหรับผู้เล่นแมนฯ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของกวาร์ดิโอล่า ทำให้กองหน้ารายนี้ไม่สามารถบวกสกอร์เพิ่มได้จากสัปดาห์ที่แล้วที่ทำสองประตูในเกมที่ลอนดอน สเตเดี้ยม

 

          อย่างไรก็ตาม กุนซือแมนฯ ซิตี้ ได้ออกมาปกป้องนักเตะที่เซ็นสัญญาเข้ามาในช่วงซัมเมอร์ของเขา โดยบอกว่าเขาทำดีที่สุดแล้วในเกมที่เจอกับแผงหลังที่ดันสูงของเชอร์รี่ส์ “งานที่ยากที่สุดในโลกคือเมื่อคุณเป็นกองหน้าที่เจอกับ (การตั้งรับ) ด้วยมิดฟิลด์ตัวกลาง 3 คน, เซ็นเตอร์แบ็ค 3 คน และคุณอยู่ตรงกลาง” กวาร์ดิโอล่ากล่าวหลังชัยชนะ "เราจะเจอกับสถานการณ์เหล่านี้มากมาย แต่มันเป็นเรื่องของเวลา ด้วยคุณภาพของนักเตะที่เรามีอยู่ข้างหลังเขา (ฮาลันด์) เราจะหาเขาเจอ"

          ฮาลันด์ อาจทำประตูเพิ่มจากนัดที่แล้วไม่ได้ แต่เขาก็ได้แอสซิสต์สำหรับประตูแรกของทีมจากกุนโดกัน เขาแสดงความผิดหวังต่อโฟเด้น ระหว่างเกมเมื่อดาวเตะชาวอังกฤษเลือกที่จะยิงเองแทนที่จะส่งให้เพื่อนร่วมทีม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฮาลันด์ต้องเผชิญกับคำถามเกี่ยวกับบทบาทที่เป็นไปได้ของเขาในทีมแมนฯ ซิตี้ ข้อสงสัยเกี่ยวกับนักเตะหมายเลข 9 ของทัพเรือใบสีฟ้าเคยเกิดขึ้นในเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่ทีมของกวาร์ดิโอล่า พ่ายแพ้ 3-1 ต่อลิเวอร์พูล แต่เขาก็กลับมาได้อย่างรวดเร็วด้วยสองประตูในเกมประเดิมพรีเมียร์ ลีก ของเขา และผู้จัดการทีมของเขาก็เชื่อว่าเขาจะสามารถทำได้อย่างที่ใครต่อใครตั้งความหวังเอาไว้

 

         จากชัยชนะในเกมนี้ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยิงไปแล้ว 6 ประตู ยังไม่เสียประตู จากการลงสนาม 2 นัด มี 6 คะแนนเท่ากับอาร์เซนอล ทว่าประตูได้เสียดีกว่า ทำให้พวกเขาขึ้นไปรั้งจ่าฝูงของตาราง ส่วน บอร์นมัธ ทีมน้องใหม่หน้าเก่า มี 3 แต้ม จาก 2 เกม นัดต่อไปสำหรับทัพเรือใบสีฟ้าก็คือการเดินทางไปเซนต์ เจมส์ พาร์ค เพื่อเผชิญหน้ากับนิวคาสเซิลในสุดสัปดาห์หน้า