โอเล็คซานเดอร์ ซินเชนโก้ นักเตะคนใหม่ของอาร์เซนอล ยอมรับถึงความรู้สึกเจ็บปวดกับการต้องย้ายออกมาจากทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้จะได้มาร่วมทีมในฝันสมัยเด็กๆ อย่างทัพเดอะ กันเนอร์ส ก็ตาม

         โอเล็คซานเดอร์ ซินเชนโก้ ยอมรับว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้ในขณะที่เขากล่าวคำอำลาเพื่อนร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยดาวเตะวัย 25 ปีกล่าวอำลาทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าที่แคมป์ปรีซีซั่นของทีมในเท็กซัสหลังจากทัพเรือใบสีฟ้ายอมรับข้อเสนอ 32 ล้านปอนด์จากอาร์เซนอล เขาย้ายออกจากเอติฮัด สเตเดี้ยม พร้อมตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ ลีก 4 สมัย และยังคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ และลีก คัพอีก 4 สมัยในช่วงเวลา 6 ปีในเมืองแมนเชสเตอร์

         แต่ซินเชนโก้ยอมรับว่ามันเป็นความทรงจำและเหรียญรางวัลต่างๆ ที่ทำให้เขาน้ำตาไหล และขอบคุณแมนฯ ซิตี้สำหรับการสนับสนุนที่พวกเขามอบให้เขาเมื่อรัสเซียเปิดฉากบุกยูเครนเมื่อต้นปีนี้ “บอกตามตรงนะครับ ผมไม่พร้อมสำหรับวันนี้และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผมกล่าวอำลาเพื่อนๆ ผมท่วมท้นไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกเพราะผมได้พยายามซ้อมคำกล่าวนี้ในห้องของผม แต่ผมก็เอาแต่พูดกับตัวเองว่า 'อเล็กส์ กลั้นน้ำตาไว้ นั่นแหละเรื่องหลัก' แต่มันเป็นไปไม่ได้" "เมื่อคุณเห็นคนเหล่านี้อยู่ตรงหน้า คนที่คุณใช้เวลาหลายปีร่วมกัน, มีความทรงจำร่วมกันมากมายทั้งดีและร้าย ทั้งสุขและไม่สุข มีหลายช่วงเวลาที่เราได้แบ่งปันซึ่งกันและกันและนั่นคือชีวิต” “ผมมีความสุขมากที่วันหนึ่งผมสามารถพูดกับหลานชายและหลานสาวของผมว่าผมเป็นส่วนเล็กๆ ของสโมสรที่น่าตื่นตาตื่นใจนี้”

         ซินเชนโก้รู้สึกเจ็บปวดก่อนย้ายออกจากสโมสรที่เขารับใช้ตั้งแต่ย้ายมาที่แมนเชสเตอร์ในข้อตกลง 1.7
ล้านปอนด์จากอูฟ่าสโมสรในรัสเซียเมื่อเดือนกรกฎาคม 2016 เขาสามารถโน้มน้าวกวาร์ดิโอล่าว่าเขาดีพอที่จะเล่นให้กับทีมของเขาจากความเป็นนักเตะเอนกประสงค์ของเขา ซินเชนโก้เล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายเป็นหลักแม้จะอยากเล่นในตำแหน่งกองกลางก็ตาม และแอ็คชั่นสุดท้ายของเขาในฐานะผู้เล่นแมนฯ ซิตี้คือการชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ ลีกหลังจากสร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงในฐานะตัวสำรองในครึ่งแรกในชัยชนะเหนือแอสตัน วิลล่า เมื่อเดือนพฤษภาคม

         ซินเชนโก้ เป็นคนแอสซิสต์สำหรับลูกตีเสมอของโรดรี้ และทัพเรือใบสีฟ้าคัมแบ็คจากตามหลัง 2-0 มาทำ 3 ประตูรวดใน 5 นาที “มันเป็นช่วงเวลาที่เหลือเชื่อ ห้าฤดูกาลที่น่าเหลือเชื่อกับหกปีเพราะในฤดูกาลแรกผมถูกส่งไปยืมตัว” “แต่ผมยังรู้สึกเหมือนผมเป็นส่วนเล็กๆ ของสโมสรที่น่าทึ่งนี้และผมรู้สึกขอบคุณทุกคนที่ได้ทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อผมและครอบครัวของผม” “มันเป็นวันที่น่าเศร้า แต่นี่คือชีวิต คุณต้องดำเนินต่อไป และผมขออวยพรให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบเจอแต่สิ่งดีๆ พวกเขารู้อยู่แล้วว่าโทรศัพท์ของผมเปิด 24 ชั่วโมง ดังนั้นเราจะยังเป็นเพื่อนกัน”

         ซินเชนโก้ กล่าวเสริมว่า“ เราประสบความสำเร็จมากมาย มันเยอะมากซะจนผมไม่สามารถเลือกอันใดอันนึงได้ ผมมีโอกาสกล่าวขอบคุณแฟนๆ ทุกคน ชาวซิตี้เซ่นทุกคนที่คอยสนับสนุนผมในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต เมื่อรัสเซียรุกรานยูเครนและสงครามเริ่มต้นขึ้น" "ผมรู้สึกได้ถึงการสนับสนุนที่น่าทึ่งรอบๆ ตัวผม, รอบๆ ครอบครัวของผมในสหราชอาณาจักร และอีกครั้ง ผมรู้สึกขอบคุณมากๆ สำหรับสิ่งที่พวกเขาทำเพื่อผม" “หากไม่มีการสนับสนุนเหล่านี้ ผมคงไม่รู้ว่าผมจะทำอะไรได้บ้าง ผมไม่เคยอยู่ในสถานการณ์นี้และชาวยูเครนทุกคนไม่เคยอยู่ในสถานการณ์นี้ แต่นั่นคือสิ่งที่ผมพูดไปหลายครั้งแล้วในอดีตว่า ในกรณีนี้ เราต้องยืนหยัดและชนะไปด้วยกัน”

         ซินเชนโก้ปฏิเสธการย้ายทีมมูลค่า 18 ล้านปอนด์ไปยังวูล์ฟส์เมื่อสามปีก่อนเพื่อต่อสู้สำหรับอนาคตของเขากับแมนฯ ซิตี้ เขาขอบคุณกวาร์ดิโอล่าที่เชื่อมั่นในตัวเขา “เราสามารถพูดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ มากมาย เกี่ยวกับสปิริตและคาแรกเตอร์ แต่ถ้าไม่เชื่อในตัวเองกับทีมงานผู้ฝึกสอนและเป๊ป กวาร์ดิโอล่า มันก็จะเป็นไปไม่ได้” “ดังนั้นผมอยากจะบอกว่า ขอบคุณมากมากๆ สำหรับมิสเตอร์ (กวาร์ดิโอล่า) และสตาฟฟ์โค้ชที่ยอดเยี่ยมของเขาสำหรับโอกาสนั้น ที่เชื่อในตัวผมและทุกสิ่งที่พวกเขาทำเพื่อผม ผมจะคิดถึงทุกคนที่นี่ เพราะนอกจากนักเตะและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์แล้ว บรรดาคนที่ทำงานอยู่ในครัว คนที่ดูแลสนามหญ้าและสนามซ้อม ผมจะคิดถึงพวกเขาทั้งหมดเพราะพวกเขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยม" “ผมอยากจะขอบคุณมากๆ สำหรับการสนับสนุนที่ผมได้รับตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกคุณยอดเยี่ยมมากๆ พวกคุณช่างน่าเหลือเชื่อ และพวกคุณสมควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ดังนั้นผมขออวยพรให้พวกคุณโชคดีและสนับสนุนสโมสรของพวกคุณต่อไปเหมือนที่พวกคุณทำ และทุกอย่างจะออกมา ผมรักพวกคุณมากๆ ครับ"

         ซึ่งหลังเสร็จสิ้นการย้ายไปอาร์เซนอล ซินเชนโก้ ก็เผยว่า การย้ายร่วมถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม คือ 'ความฝันในวัยเด็กที่เป็นจริง' โดยเจ้าตัวเผยกับเว็บไซต์ทางการของเดอะ กันเนอร์ส ว่า "ก่อนอื่นผมอยากจะบอกว่านี่เป็นความฝันในวัยเด็กที่เป็นจริงเพราะผมเป็นแฟนตัวยงของทีมตอนที่ผมยังเป็นเด็ก" "ตั้งแต่ เธียร์รี อองรี และเชสก์ ฟาเบรกาส วัยหนุ่มเล่นที่นี่ ผมสนุกกับการดูเกมเหล่านั้นของอาร์เซนอล" “และแน่นอนว่าผมเริ่มรักสโมสรแห่งนี้ ดังนั้นผมจึงตื่นเต้นมาก และผมแทบรอไม่ไหวที่จะได้เล่นให้กับสโมสรที่น่าตื่นตาตื่นใจแห่งนี้”

 

 

 

https://www.instagram.com/tv/CgUfH0Fg5rK/?utm_source=ig_web_copy_link