อาสารับจัด "อินโดนีเซีย" เพื่อนบ้านของไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลรายการใหญ่ของเอเชีย "เอเชียนคัพ 2023" แทนจีนที่ถอนตัวหลังจากเกิดโควิดอีกระลอก เผยรัฐบาลอินโดฯไฟเขียวแล้ว พร้อมใช้สนามใหม่ใหญ่และทันสมัยสุดในเอเชีย

 จากกรณี จีน ขอถอนตัวจากการเป็นเจ้าภาพศึกฟุตบอล เอเชียน คัพ ปี 2023 ภายหลังประเทศกลับมาเกิดวิกฤตโรคโควิด-19 ระบาดอีกครั้ง ทำให้ทาง สมาพันธ์ลูกหนังแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี ร่วมหารือกับสมาคมฟุตบอลจีนเพื่อประเมินสถานการณ์และความเสี่ยง ก่อนที่สมาคมลูกหนังแดนมังกรจะตัดสินใจขอถอนตัวจากการเป็นเจ้าภาพ ทำให้ เอเอฟซี ต้องสรรหาเจ้าภาพใหม่

 ต่อมามีชาติในเอเชียเสนอตัวเป็นเจ้าภาพแทนประกอบด้วย กาตาร์, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และ ออสเตรเลีย ล่าสุดสมาคมฟุตบอลอินโดนีเซีย รับอาสาเป็นเจ้าภาพแทนภายหลังได้รับไฟเขียวจากรัฐบาลอินโดนีเซีย ให้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ 2023 กำหนดแข่งขันในช่วงเดือน มิถุนายน - กรกฎาคม

 ทั้งนี้ส่วนหนึ่งของความพร้อมคือสนามฟุตบอลแห่งใหม่ของประเทศ "จาการ์ต้า อินเตอร์เนชั่นแนล สเตเดี้ยม" สนามฟุตบอลที่ทันสมัยและเป็นสนามที่มีความจุ ล่าสุดเสร็จสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ ช่วงเดือนมีนาคม ปี 2019 โดยสนามแห่งนี้จะเป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลเปอร์ซิจา จากาตาร์ ยอดทีมแห่งลีกอินโดนีเซีย พร้อมกับเป็นรังเหย้าของทีมชาติอินโดนีเซีย

 ความพิเศษของสนามแห่งนี้ มีความจุ 82,000 ที่นั่ง มีขนาดความจุใหญ่กว่า จีโลราบุงกาโน หรือ เสนายัน 77,193 ที่นั่ง มีความจุสูงสุดเป็นอันดับที่ 6 ของโลก สนามมีหลังคาเปิด-ปิดได้และถือเป็นสนามกีฬาที่มีหลังคาเปิด-ปิด ขนาดใหญ่สุดในทวีปเอเชีย เป็นอันดับ 2 ของโลก อีกทั้งมีจุดเชื่อมต่อกับระบบขนส่งทั้งรถรางไฟฟ้าเคอาร์แอล,รถไฟฟ้า และ บีอาร์ที