คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หัวหอกจอมเก๋าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รอดพ้นจากคดีที่ถูกหญิงสาวยื่นฟ้องข่มขืน หลังศาลตัดสินยกฟ้องเนื่องจาก ทนายความได้ยื่นเอกสารที่ได้มาโดยมิชอบ และ เป็นการขโมยข้อมูลมาหลายครั้ง

ผู้พิพากษาศาลสหรัฐได้ตัดสินยกฟ้องคดีที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกกล่าวหาว่าข่มขืน แคทธรีน มายอร์ก้า สาวสวยรายหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน โดยชี้ว่า ทนายความของหญิงสาวอาศัยข้อมูลที่ได้มาโดยมิชอบและเป็นการแฮ็กข้อมูลมาเพื่อฟ้องร้องหลายต่อหลายครั้ง พร้อมสั่งห้ามไม่ให้มีการยื่นฟ้องเรื่องนี้อีก 

การพิจารณาคดีดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลัง มายอร์ก้า ยื่นฟ้องคดีแพ่งในเดือนกันยายนปี 2018 ที่ศาลในรัฐเนวาด้า โดยกล่าวหาว่า สตาร์โปรตุกีส ข่มขืนเธอในห้องชุดของโรงแรมในลาสเวกัสเมื่อปี 2009  จากนั้นจึงจ่ายเงินให้เธอจำนวน 276,000 ปอนด์ หรือ ประมาณ 12.14 ล้านบาท เพื่อให้อีกฝ่ายไม่เอาเรื่อง                         

โดยในตอนแรก มายอร์ก้า ก็ยอมรับแต่โดยดี แต่พอผ่านไปหลายปีแล้วก็เปลี่ยนใจ โดยเธอต้องการค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 56 ล้านปอนด์ หรือ ประมาณ 2,464 ล้านบาท จึงทำการฟ้องร้องต่อศาล ซึ่ง ดาวเตะวัย 37 ปี ยืนยันมาตลอดว่า เขาบริสุทธิ์ และ ล่าสุด เจนนิเฟอร์ ดอร์ซี่ย์ ผู้พิพากษาศาลลาสเวกัส ได้ยกฟ้องคดีดังกล่าวแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา

ผู้พิพากษา กล่าวว่า ทนายความทำร้าย โรนัลโด้ ด้วยการประพฤติตัว "ไม่สุจริต" ผ่านการใช้เอกสารลับที่ถูกขโมยมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อดำเนินคดีกับคดีนี้ พร้อมเผยว่า การยกฟ้องทันทีโดยไม่ให้มีการยื่นฟ้องอีกถือเป็นการลงโทษที่รุนแรง แต่ โรนัลโด้ ก็อาจได้รับอันตรายจากการกระทำของ เลสลี่ มาร์ค สโตวอล ทนายความของหญิงสาว

ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2019 อัยการสหรัฐ ได้กล่าวว่า แข้งปีศาจแเดง จะไม่ถูกตั้งข้อหาใด ๆ ในลาสเวกัสที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาการข่มขืนทางเพศตั้งแต่อายุ 10 ปี เพราะคดีนี้ไม่สามารถพิสูจน์ได้โดยปราศจากข้อสงสัยอันสมเหตุสมผล ซึ่งล่วงเลยมา 3 ปีคดีนี้ได้รับการยกฟ้องไปเป็นที่เรียบร้อย