มีรายงานข่าวเผยว่า แม่ของดาร์วิน นูนเญซ ที่ตกเป็นข่าวเตรียมย้ายมาค้าแข้งกับลิเวอร์พูลเคยเก็บขวดตามท้องถนนขายเพื่อช่วยสานฝันในการเป็นนักฟุตบอลของลูกชาย

          ดาร์วิน นูนเญซ ดูเหมือนจะกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล หากเขาย้ายไปลิเวอร์พูลในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วยข้อตกลงที่ดูเหมือนจะไกลคนละโยชน์กับพื้นฐานครอบครัวที่ยากจนของเขา กองหน้าเบนฟิก้ารายนี้ซัดไปถึง  34 ประตูรวมทุกรายการให้กับยอดทีมแห่งโปรตุเกสในฤดูกาลที่แล้ว ดาวเตะวัย 22 ปีประสบความสำเร็จอย่างสูงและได้รับเสียงชื่นชมมากมาย จนล่าสุดมีรายงานว่าทัพหงส์แดงกำลังพิจารณายื่นข้อเสนอสำหรับกองหน้าชาวอุรุกวัย ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่าคู่ปรับของพวกเขาอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ให้ความชื่นชมนักเตะรายนี้เช่นกันแต่ปีศาจแดงเสียเปรียบที่ไม่ได้เล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า

          ไม่ว่าสโมสรใดจะชนะการแข่งขันเพื่อแย่งชิงลายเซ็นแข้งพรสวรรค์ที่ฮอตที่สุดของยุโรปรายนี้ พวกเขาจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล เมื่อนูนเญซถูกเบนฟิก้าตั้งค่าหัวไว้ที่ 100 ล้านยูโร (85.5 ล้านปอนด์) ตัวเลขเหล่านี้ห่างไกลเป็นอย่างมากจากชีวิตในวัยเยาว์ของดาวเตะคนนี้ที่เติบโตขึ้นมาในย่านที่ยากจนอย่าง ลอส ปิราตาส ในอาร์ติกัส หมู่บ้านแห่งนึงในอุรุกวัยที่ติดชายแดนบราซิลซึ่งแม่ของเขาหาเลี้ยงชีพด้วยการเก็บขวดจากท้องถนนไปขายเอาเงิน

          นูนเญซเปิดเผยว่าคุณพ่อคุณแม่ของเขาเสียสละเป็นอย่างมากเพื่อสานฝันอาชีพนักฟุตบอลของลูกชายหลังจากที่เขาย้ายไปยุโรปเพื่อค้าแข้งกับอัลเมเรียเมื่อปี 2019 เขายังพูดถึงการขอร้องประธานสโมสรของทีมเก่าอย่างเปนญารอลเพื่อการย้ายทีม “การย้ายทีมครั้งนี้ ทำให้ผมสามารถซื้อบ้านให้พ่อแม่ของผมที่อาร์ติกัสได้" เขากล่าว “พ่อแม่ของผมเสียสละตัวเองเพื่อผม แม่ของผมเก็บขวดตามท้องถนน และพ่อของผมก็ทำงานก่อสร้างทั้งวัน”

         ดาวเตะเจ้าของความสูง 6 ฟุต 2 นิ้ว (ประมาณ 188 ซม.) ประสบความสำเร็จมาตั้งแต่ฤดูกาลเปิดตัวให้กับทีมเล็กๆ ในสเปน ในฤดูกาลเดียวของเขากับอัลเมเรีย เขาจบลงด้วยตำแหน่งดาวซัลโวร่วมอันดับสี่ของเซกุนด้า ดิวิชั่น ด้วยจำนวน 16 ประตู แม้จะมีศักยภาพที่ชัดเจน แต่นูนเญซก็ยังคงเป็นคนติดดินซึ่งส่วนหนึ่งต้องขอบคุณแม่ของเขา โดยดาบิด บาเดีย ที่ทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมในช่วงเวลาที่นูนเญซค้าแข้งอยู่ในอันดาลูซิอา ประเทศสเปน ได้ให้สัมภาษณ์กับ Sky Sports โดยได้เล่าเรื่องราวในช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกันให้ฟังว่า

          “เขาเป็นคนธรรมดาคนนึง” บาเดียกล่าว “ผมอยู่กับภรรยาซื้อโทรศัพท์เอง มันวิเศษมาก คุณคาดหวังว่าเขาจะซื้อรุ่นท็อปใช่มั้ย แต่เขาแค่ต้องการโทรศัพท์ธรรมดาๆ สักเครื่องเพื่อเขาจะได้โทรหาแม่ของเขา”

          การระเบิดฟอร์มหน้าปากประตูของแข้งดาวรุ่งรายนี้ไปเตะตาของยักษ์ใหญ่โปรตุเกสอย่างเบนฟิก้าซึ่งจ่ายเงินจำนวน 20 ล้านปอนด์แบบไม่ลังเลเพื่อพาเขาไปที่เอสตาดิโอ ดา ลุซ แม้จะปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ดี แต่ปัญหาหัวเข่าที่เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อเขาอายุ 18 ปีก็กลับมาอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม 2021 การผ่าตัดหัวเข่าเมื่อฤดูร้อนที่แล้วทำให้เขาพลาดช่วงสองสามสัปดาห์แรกของฤดูกาลใหม่ แต่เขากลับชดเชยเวลาที่เสียไปได้คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่งเมื่อเขากลับมาลงสนามได้ในที่สุด

          หลังจากทำไปหกประตูในการลงสนามในลีกโปรตุเกสแปดนัดแรกในฤดูกาลนี้ นูนเญซก็ประสบความสำเร็จอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ เขาทำไป 26 ประตูจาก 27 เกมรวมทุกรายการนับแต่นั้นมา รวมถึงในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีกรอบก่อนรองชนะเลิศของเบนฟิก้าทั้งสองนัดที่แพ้ลิเวอร์พูลเมื่อเดือนเมษายน แน่นอนว่าฟอร์มของเขาไปเตะตาเจอร์เก้น คล็อปป์ อย่างจัง กุนซือชาวเยอรมันได้กล่าวชื่นชมถึงความแข็งแกร่ง, ความเร็ว และการจบสกอร์อย่างเยือกเย็นของเขาหลังจากทั้งสองทีมเจอกันที่แอนฟิลด์

          ฮาเวียร์ อาเจนโจ อดีตโค้ชฟิตเนสของอัลเมเรีย กล่าวว่า "เขาย้ายไปเล่นที่เบนฟิก้า ซึ่งเป็นทีมที่ใหญ่กว่า แต่สถิติก็ยังอยู่ที่นั่น" “เขาได้แสดงให้เห็นว่าตัวเองเป็นนักสู้ เขาแสดงให้ทุกคนเห็นแล้วและเขาจะย้ายไปที่หนึ่งในสโมสรที่ใหญ่ที่สุด แน่นอนว่าเขาพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว”

          กระทั่งล่าสุดมีรายงานข่าวว่า ลิเวอร์พูล เตรียมทุบสถิติสโมสรด้วยการควักเงินราวๆ 85 ล้านปอนด์คว้าตัวนักเตะที่คล็อปป์ ประทับใจสุดๆ มาร่วมทีมปาดหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แอตเลติโก้ มาดริด ในขณะที่ดิโอโก้ โชต้า กองหน้าลิเวอร์พูลก็ถูกถามเรื่องนี้ขณะรับใช้ทีมชาติโปรตุเกสและเขายอมรับว่านูนเญซเป็น ‘ผู้เล่นที่ดี’ หลังจากเคยเผชิญหน้ากับเขาในสนามเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

          โดยเมื่อถูกถามเรื่องข่าวการซื้อขายดังกล่าว โชต้า เผยว่า "ผมไม่ทราบครับ ผมกำลังโฟกัสที่ทีมชาติ ตลาดจะมีการเคลื่อนไหว ผมไม่รู้ว่าการเซ็นสัญญาจะเป็นอย่างไรบ้าง" "ผมมีโอกาสเล่นกับเขาและเขาเป็นผู้เล่นที่ดี แต่ตอนนี้ผมไม่สามารถพูดอะไรได้อีก”