ซาดิโอ มาเน่ ทำแฮตทริคให้ทีมชาติเซเนกัลในเกมแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ รอบคัดเลือก ก่อนแจงข่าวต้องการย้ายออกจากลิเวอร์พูลเพราะอยากเอาใจผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศบ้านเกิดของเขา

           ซาดิโอ มาเน่ ยืนยันว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้แฟนๆ ลิเวอร์พูลขุ่นเคือง หลังจากที่เพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์ในทำนองที่ว่าจะย้ายออกจากสโมสรในช่วงซัมเมอร์นี้เพื่อเอาใจชาวเซเนกัลส่วนใหญ่ ทั้งนี้มาเน่ตกเป็นข่าวอย่างหนักกับบาเยิร์น มิวนิคในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังยักษ์ใหญ่จากเยอรมันต้องการพาเขาไปที่อลิอันซ์ อารีน่า กองหน้ารายนี้ดูเหมือนจะบ่งบอกว่าเวลาของเขาที่ลิเวอร์พูลนั้นหมดลงแล้วขณะให้สัมภาษณ์ในงานแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา

           "ผมเคารพแฟนบอลและทีม แต่ 60-70 เปอร์เซ็นต์ของชาวเซเนกัลต้องการให้ผมออกจากลิเวอร์พูล? ผมก็จะทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการ" เขากล่าวกับผู้สื่อข่าว

           ความคิดเห็นของมาเน่ ก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขากลายนักเตะคนดังในถิ่นแอนฟิลด์ในช่วงหกปีที่ผ่านมา ในช่วงเวลาดังกล่าว เขายิงได้ 120 ประตูจากการลงเล่น 269 นัด และคว้าทุกถ้วยรางวัลในประเทศที่มี รวมถึงแชมเปี้ยนส์ ลีก กับทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ เขาพิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญของเขาต่อทีมอีกครั้งในฤดูกาลที่แล้ว โดยทำไป 23 ประตูให้หงส์แดงคว้าดับเบิ้ลแชมป์ในประเทศ

           ล่าสุดนักเตะวัย 30 ปีออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้งเพื่อชี้แจงในสิ่งที่เขาพูดออกไป โดยอ้างว่าคำพูดของเขาเป็นเพียงการพูดกันเล่นๆ ไม่ได้คิดว่าผู้คนจะเอาไปคิดกันจริงจังมากขนาดนี้ "เมื่อวานผมพูดเล่นด้วยอารมณ์ขันนิดหน่อย และมันก็ขยายไปในวงกว้าง" มาเน่ กล่าวกับนักข่าวชื่อ ซิสโซโก้ ซาเฮล "ผมคิดว่าเราจะหยุดแค่ตรงนั้น ลิเวอร์พูลเป็นสโมสรที่ผมนับถือมาก แฟนๆ ดูแลผมอย่างดีตั้งแต่วันแรก เกี่ยวกับอนาคต เดี๋ยวก็รู้ครับ"

           อนาคตกับสโมสรของเขาอาจยังไม่ชัดเจนในตอนนี้ แต่นั่นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อมาเน่ในสนามในเกมเมื่อวันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมาที่เจ้าตัวกดแฮตทริก เหมาทำคนเดียวทั้งสามประตูช่วย เซเนกัล เปิดบ้านพิชิต เบนิน 3-1 ในศึก แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ 2023 รอบคัดเลือก กลุ่ม L นัดแรก ขึ้นรั้งตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติเซเนกัล แต่เพียงผู้เดียว ที่จำนวน 32 ประตู 

           ก่อนหน้านี้ มาเน่ ครองบัลลังก์ร่วมกับ อองรี กามาร่า อดีตกองหน้าวูล์ฟส์, วีแกน และเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่จำนวน 29 ประตูเท่ากัน แต่สามประตูจากเกมดังกล่าว ทำให้ ดาวเตะจอมพลิ้ววัย 30 ปี ขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งแต่เพียงผู้เดียวเรียบร้อย สำหรับ 3 ประตูในเกมนี้แบ่งเป็น 2 ประตูในครึ่งแรก ก่อนมาทำแฮตทริคสำเร็จในครึ่งหลังจากจุดโทษในนาทีที่ 60 ทั้งนี้ปัจจุบันมาเน่ ลงสนามรับใช้ทีมชาติเซเนกัลมาแล้วถึง 90 นัด