หลังเกมนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศผ่านไปกว่า 10 ชั่วโมง ภาพระหว่างเกมและหลังเกมก็ได้ทยอยปล่อยออกมาเรื่อยๆ โดยมีภาพที่แฟนๆ ลิเวอร์พูลเห็นแล้วสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง

           ภาพถ่ายของนักเตะลิเวอร์พูลจากการแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ เมื่อคืนที่ผ่านมา (เสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2565) ที่พวกเขาพ่ายแพ้ให้กับคู่ปรับเก่าในนัดชิงเมื่อ 4 ปีที่แล้วอย่างเรอัล มาดริด ได้ถูกทยอยปล่อยออกมาเรื่อยๆ เกมนัดนี้ลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ ตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทีมของคาร์โล อันเชล็อตติ ไป 1-0 ในการแข่งขันที่สนามสต๊าด เดอ ฟรองซ์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทำให้พวกเขาอดคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 7 ไปครอง

           หกวันหลังจากพลาดแชมป์พรีเมียร์ ลีก ในสถานการณ์ที่น่าเจ็บใจให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยการพ่ายไปแค่ 1 คะแนน พวกเขาก็กลับมาทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานอย่างที่พวกเขาเคยเป็นที่เมืองหลวงของฝรั่งเศสเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เพราะถึงแม้หงส์แดงจะสามารถครองเกมได้เป็นส่วนใหญ่โดยเป็นฝ่ายยิงถึง 24 ครั้งแตกต่างอย่างมากกับเรอัล มาดริด ที่ยิงแค่ 4 ครั้ง ตลอด 90 นาที (จากการรายงานของ BBC Sport) แต่ประตูของวินิซิอุส จูเนียร์ ในครึ่งหลังก็เพียงพอสำหรับทัพราชันชุดขาวแล้ว

          ไม่ว่าลิเวอร์พูลจะพยายามยิงมากแค่ไหน ติโบต์ กูร์กตัวส์ก็อยู่ที่นั่นด้วยฝ่ามือที่แข็งแรงรวมไปถึงปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วจนสามารถขัดขวางรองแชมป์พรีเมียร์ ลีก ไม่ให้ไปถึงฝั่งฝัน และเหตุการณ์นึงระหว่างจอร์แดน เฮนเดอร์สัน และซาดิโอ มาเน่ ดูเหมือนจะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความผิดหวังของหงส์แดงในค่ำคืนที่ผ่านมา เมื่อกัปตันวัย 32 ปีซึ่งปกติแล้วจะนิ่งและสงบสติอารมณ์ได้เป็นอย่างดีดูเหมือนจะมีอาการของขึ้นใส่ดาวเตะทีมชาติเซเนกัลโดยจะเห็นเฮนโด้ออกอาการโมโหสุดๆ ใส่มาเน่ในช่วงท้ายของเกม

           นักเตะลิเวอร์พูลทุกคนเสียใจกับความพ่ายแพ้ในครั้งนี้หลังจากคว้ามาได้แค่แชมป์คาราบาว คัพ และเอฟเอ คัพ ได้ในฤดูกาลเดียวกัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยมีลุ้นถึง 4 แชมป์ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครในชุดสีแดงที่ออกอาการผิดหวังมากไปกว่าเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค อีกแล้ว โดยหลังเกม ฟาน ไดจ์ค ค่อยๆ ดึงเสื้อของตัวเองมาปิดหน้าซึ่งคาดว่าน่าจะเอาไปปกปิดน้ำตาที่ไหลออกมาหลังเกม โดยมีติอาโก้ อัลกันตาร่า, เป๊ป ลินเดอร์ส และคล็อปป์ เข้ามาปลอบโยนเซ็นเตอร์แบ็ครายนี้

           อลัน เชียร์เรอร์ ตำนานดาวยิงทีมชาติอังกฤษชี้นิ้วไปที่เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ว่าเป็นสาเหตุของการเสียประตูของลิเวอร์พูลในเกมนี้ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วทำให้ทีมของคาร์โล อันเชล็อตติ เอาชนะไปแบบฉิวเฉียด แต่ถ้าจะว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว ไม่มีนักเตะของหงส์แดงคนไหนที่ทำผลงานของตัวเองได้ดีที่สุด ดูเหมือนพวกเขาจะมีอาการเมาค้างจากการพลาดแชมป์พรีเมียร์ ลีก เมื่อสัปดาห์ที่แล้วและยังคงเจ็บปวดมาถึงตอนนี้