"ก้อง" สมเกียรติ จันทรา นักบิดไทยวัย 23 ปี เจ้าของแชมป์ "เวิลด์กรังด์ปรีซ์" คนแรกในประวัติศาสตร์ บินลัดฟ้า "อิตาลี" ตั้งเป้าสร้างประวัติศาสตร์คว้าโพเดี้ยม โมโตทู อย่างต่อเนื่อง

 "ก้อง" สมเกียรติ จันทรา นักบิดไทยวัย 23 ปี เจ้าของแชมป์ "เวิลด์กรังด์ปรีซ์" คนแรกในประวัติศาสตร์ จากโครงการ "ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม" บินตรงสู่ประเทศอิตาลี ในช่วงคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อเดินหน้าคว้าโพเดี้ยมอย่างต่อเนื่อง หวังสร้างสถิติใหม่ให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ในศึกโมโตจีพีชิงแชมป์โลก รุ่นโมโตทู ในสนามที่ 8 ออโตโดรโม เดล มูเจลโล ประเทศอิตาลี ในรายการ อิตาเลียน กรังด์ปรีซ์ หลังได้รับแรงใจจากแฟนชาวไทยบ้านเกิดอย่างเต็มเปี่ยม

 โดยก่อนหน้านี้ ก้อง สมเกียรติ ได้สร้างผลงานระดับโลกด้วยการพารถแข่งคู่ใจหมายเลข 35 จาก สังกัด อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย สร้างสถิติเป็นคนไทยคนแรกและเป็นนักกีฬาจากอาเซียนคนแรก ที่คว้าชัยชนะระดับ "เวิลด์ กรังด์ปรีซ์" มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ โดยในตอนนี้ ก้อง สมเกียรติ คว้ามาได้ถึง 3 โพเดี้ยมแล้วหลังผ่านการแข่งขันไปเพียง 7 สนาม ในรุ่นโมโตทู

 หลังคว้าโพเดี้ยมอันดับ 3 จากสนามล่าสุดที่ เลอมองส์ ประเทศฝรั่งเศส ก้อง สมเกียรติ ได้เดินทางกลับไทยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อร่วมกับ บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จํากัด โดยได้รับเกียรติเข้าพบ และร่วมแสดงความยินดีจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ ซึ่งได้กล่าวชมเชยก้อง ในฐานะชาวไทยที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ และอวยพรให้ก้อง ประสบความสำเร็จในสนามที่เหลือของฤดูกาลนี้ โดยหวังให้ ก้อง สมเกียรติ เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์เป็นคนไทยคนแรกที่เข้าแข่งขันในรุ่นโมโตจีพี ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุดในปีต่อๆ ไป

 ล่าสุด ช่วงคืนวันจันทร์ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เจ้าของฉายา "คิงคองก้อง" ได้ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ประเทศอิตาลี เพื่อสมทบกับต้นสังกัด อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย เตรียมความพร้อมก่อนแข่งขันสนามที่ 8 ที่สนามออโตโดรโม เดล มูเจลโล ประเทศอิตาลี ในรายการ อิตาเลียน กรังด์ปรีซ์ ระหว่างวันที่ 27-29 พฤษภาคมนี้ โดยมี ดร.อารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จํากัด รวมถึงแฟนชาวไทยที่ไปร่วมให้กำลังใจถึงสนามบินสุวรรณภูมิ

 สมเกียรติ เปิดเผยว่า "ภูมิใจอย่างมากในฐานะตัวแทนคนไทยคนหนึ่ง ที่มีโอกาสได้ออกไปท้าทายในการแข่งขันระดับโลก สามารถสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย และปลาบปลื้มใจมากที่ได้รับกระแสการต้อนรับที่ดีอย่างมากมายจากชาวไทยที่มีให้ผม ผมจะใช้กำลังใจที่ได้รับจากแฟนชาวไทยและจากครอบครัว รวมถึงการสนับสนุนที่เต็มเปี่ยมจากฮอนด้า และสปอนเซอร์ทุกท่าน เพื่อเดินหน้าสร้างผลงานในอีก 14 สนามที่เหลือของฤดูกาลนี้ ผมจะทำให้เต็มที่ครับ"

 ด้าน ดร.อารักษ์ กล่าวว่า "ชัยชนะของ สมเกียรติ ที่คว้ามาได้ถึง 3 โพเดี้ยม เป็นการตอกย้ำว่าโครงการ ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม ที่ฮอนด้าได้วางโรดแมปไว้ เพื่อผลักดันให้เด็กไทยก้าวสู่การแข่งขันระดับสูงสุดของโลก ไม่ได้เป็นเพียงความฝัน และสมเกียรติ คือตัวอย่างของเด็กไทยคนนั้นที่มาจากโครงการ ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม ที่สามารถสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมให้คนไทยภาคภูมิใจ และสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับเด็กไทยรุ่นต่อไปเป็นอย่างดี"