เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวอะไรบางอย่างกับเจอร์เก้น คล็อปป์ ขณะมอบรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมผู้จัดการทีมให้กุนซือหงส์แดง

           เมื่อวานที่ผ่านมา (อังคารที่ 24 พฤษภาคม 2565) เจอร์เก้น คล็อปป์ คว้ารางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมผู้จัดการทีม (LMA) หลังจบฤดูกาลอันน่าประหลาดใจกับหงส์แดงอีกฤดูกาล โดยแม้จะพลาดแชมป์พรีเมียร์ ลีก ให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยการพ่ายไปแค่หนึ่งแต้ม แต่หงส์แดงก็ทำแต้มได้มากกว่า 90 คะแนนเป็นครั้งที่สามภายใต้การคุมทีมของของกุนซือชาวเยอรมัน และสร้างสถิติที่โดดเด่นในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลจนสามารถลดช่องว่างของทีมกับทัพเรือใบสีฟ้าได้สำเร็จ

           นี่เป็นครั้งที่สองที่คล็อปป์ได้รับรางวัลนี้ ซึ่งมาจากการโหวตของผู้จัดการทีมอาชีพและสามารถมอบให้แก่โค้ชคนใดก็ได้ในลีกฟุตบอลทั้ง 4 ระดับของอังกฤษ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลยังได้รับการยอมรับเป็นอย่างสูงในฤดูกาล 2019/20 หลังจากทำให้ลิเวอร์พูลสิ้นสุดการรอคอย 30 ปีในการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้สำเร็จ ซึ่งงานนี้ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือของทีมคู่ปรับตลอดกาลอยางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นคนมอบรางวัลดังกล่าวให้กับอดีตกุนซือโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

           ตำนานกุนซือผู้ยิ่งใหญ่ของปีศาจแดงเป็นคนยื่นรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีให้กับคล็อปป์พร้อมกล่าวว่า  “นี่คือความเจ็บปวด ความเจ็บปวดอย่างแท้จริง!” ทั้งนี้ตอนที่ทั้งคู่พบกันครั้งแรกเมื่อ 12 ปีที่แล้ว เฟอร์กูสันแนะนำให้คล็อปป์ "ไปสโมสรที่มีประวัติศาสตร์" ซึ่งน่าจะเป็นข้อความที่เขาอาจจะรู้สึกเสียใจในตอนนี้ “ผมน่าจะบอกให้เขาไปสคันธอร์ป ยูไนเต็ด” กุนซือชาวสก็อตกล่าวติดตลก

           ในการตอบสนองต่อคำพูดดังกล่าวของเฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลกล่าวเสริมว่า “ผมไม่เข้าใจในสิ่งที่เขา (เฟอร์กูสัน) พูด…ผมดีขึ้นแล้ว (ในการฟังภาษาอังกฤษสำเนียงสก็อต) จากการทำงานร่วมกับร็อบโบ้และเคนนี่” คล็อปป์ยังได้รับเลือกให้เป็นผู้จัดการทีมพรีเมียร์ ลีก แห่งฤดูกาลเมื่อคืนวันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม 2565 โดยเอาชนะคู่แข่งอย่างเอ็ดดี้ ฮาว, ปาทริค วิเอร่า, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และโธมัส แฟรงค์

           คล็อปป์กล่าวถึงฤดูกาลพรีเมียร์ ลีก ขณะรับรางวัลว่า: “เป็นเกียรติอย่างยิ่งและเป็นฤดูกาลที่บ้าคลั่งมาก แมตช์สุดท้ายที่มีเพียงสองเกมที่ไร้ความหมาย และที่เหลือเราเล่นกันอย่างเต็มที่อย่างแท้จริง" “มันค่อนข้างกังวล มันไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับเรา แต่เราผ่านมันมาแล้ว และเมื่อคุณชนะรางวัลแบบนี้ คุณก็อาจเป็นอัจฉริยะ หรือไม่คุณก็มีสตาฟฟ์โค้ชที่ดีที่สุดในโลก ผมอยู่ที่นี่พร้อมกับสตาฟฟ์โค้ชของผมสี่คน และพวกเขารู้ว่าผมรู้สึกขอบคุณพวกเขามากแค่ไหน”