ไปชมน้ำตาของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ หลังแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก มาครองได้สำเร็จ ท่ามกลางการฉลองกันอย่างบ้าคลั่งของแฟนบอลและบรรดานักเตะ

           โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ หลั่งน้ำตาร้องไห้ในขณะที่เขาขอบคุณแมนเชสเตอร์ ซิตี้สำหรับการสนับสนุนของพวกเขาหลังจากคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก สมัยที่สี่ของเขากับสโมสร เมื่อคืนที่ผ่านมา (อาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2565) นักเตะทีมชาติยูเครนรายนี้เป็นบุคคลสำคัญในความสำเร็จล่าสุดของทัพเรือใบสีฟ้าแม้จะต้องเผชิญกับความวุ่นวายทางอารมณ์นับตั้งแต่รัสเซียบุกบ้านเกิดของเขาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 

          ซินเชนโก้ลุกจากม้านั่งสำรองและมีส่วนสำคัญในเกมที่แมนฯ ซิตี้คัมแบ็คจากตามหลัง 2-0 กลับมาเอาชนะแอสตัน วิลล่า 3-2 ทำให้ทีมมีคะแนนเหนือลิเวอร์พูล 1 แต้ม คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ เมื่อคืนที่ผ่านมา ซินเชนโก้ ยังนำธงชาติยูเครนไปคลุมถ้วยแชมป์พรีเมียร์ ลีก เขาได้รับเสียงปรบมืออย่างท่วมท้นจากแฟนบอลในสนามที่ได้มีการสแตนดิ้ง โอเวชั่น ทำเอาเจ้าตัวน้ำตาไหลอาบหน้า ฟูลแบ็ครายนี้ได้รับการปลอบโยนจาก 2 ดาวเตะโปรตุเกสอย่างชูเอา กานเซโล่ และ รูเบน ดิอาส รวมไปถึงแจ็ค กรีลิช

          "ในบางครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนแรกๆ ผมไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับฟุตบอล เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศของผม" ซินเชนโก้กล่าวกับ Sky Sports "แต่ด้วยการสนับสนุนทั้งหมดที่ผมมีในช่วงเวลานี้ เราทำได้ มันมีความหมายมากๆ กับผม" "บอกตามตรง ผมสามารถตายแทนคนเหล่านี้ได้สำหรับการสนับสนุนทั้งหมดนี้ เพราะสิ่งที่ผู้คนเหล่านี้มอบให้ผมและสิ่งที่พวกเขาทำเพื่อผมในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของผม" "ผมรู้สึกซาบซึ้งมากๆ และผมจะไม่มีวันลืมสิ่งนี้ จะไม่ลืมไปตลอดชีวิตผม" "มันเป็นอารมณ์ความรู้สึกที่จะไม่มีวันลืมเลือนไปสำหรับผม ผมภูมิใจมากที่เป็นคนยูเครน และผมหวังว่าสักวันนึงจะนำถ้วยแชมป์นี้ไปที่ยูเครน, ให้กับชาวยูเครนทุกคน เพราะพวกเขาคู่ควรได้รับมัน"

           ซินเชนโก้ ลงมาแทนแฟร์นันดินโญ่ กัปตันทีม ในช่วงพักครึ่งหลังจากดาวเตะชาวบราซิลเล่นไม่ออกในเกมสุดท้ายของเขาสำหรับสโมสร มิดฟิลด์จอมเก๋ารายนี้ต้องกลับไปทำหน้านี่เซ็นเตอร์แบ็คจำเป็นอีกครั้งหลังจากที่นักเตะหลายคนในทีมได้รับบาดเจ็บและการโดนเปลี่ยนตัวออกของเขาก็อาจจะไม่ใช่การอำลาทีมในแบบที่เขาคิดไว้
ทว่าเมื่อจบเกม นักเตะวัย 37 ปีก็ได้แฮปปี้สุดๆ กับการชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ ลีก และคว้าเหรียญแชมป์เหรียญที่ 5 เก็บเป็นคอลเลกชั่นของเขา

           แฟร์นันดินโญ่กล่าวว่า "คุณต้องไม่ยอมแพ้และเราเชื่อเสมอมาจนถึงทุกวันนี้ การจบปีที่ 9 ของผมกับแมนฯ ซิตี้ ด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกสมัยที่ 5 คือความฝันที่เป็นจริง" การได้ถ้วยใบนี้สี่ครั้งในห้าปีนั้นช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ ทุกคนรู้ดีว่าพรีเมียร์ ลีก เป็นลีกที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในโลก แต่เราได้แสดงความสม่ำเสมอมาเป็นระยะเวลายาวนาน นั่นเป็นข้อพิสูจน์ถึงสิ่งที่แมนฯ ซิตี้สร้างขึ้น" "มันเป็นวันที่ท่วมท้นไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกสำหรับผม ผมรู้สึกขอบคุณแมนฯ ซิตี้ แน่นอนว่าพวกเขาจะอยู่ในใจผมเสมอ"

           นอกจากซินเชนโก้ แล้ว ผู้จัดการทีมอย่างเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็อดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตาหลังจากดูแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลิกกลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกได้อย่างน่าทึ่ง โดยกุนซือชาวคาตาลันไม่สามารถเก็บกลั้นอารมณ์ความรู้สึกของเขาขณะยืนอยู่ข้างสนามได้ จะเห็นว่ามีน้ำตาไหลอาบแก้มของเขาหลังทีมพลิกกลับมาได้ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม เขาเข้าไปกอดกับผู้ช่วยอย่างฮวนมา ลีโย่ หลังสามารถนำทัพเรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 4 จาก 6 สมัยที่อยู่กับสโมสร ทำให้กุนซือวัย 51 กลายเป็นหนึ่งในโค้ชที่เก่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา หลังจากคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 10 ได้ในเวลาเพียง 13 ฤดูกาลของการคุมทีม 

          ด้านแฟนบอลเรือใบสีฟ้า ก็ฉลองกันอย่างบ้าคลั่ง หลังสิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน แฟนๆ ก็วิ่งกรูกันลงไปในสนามเพื่อฉลองแชมป์ของทีมรัก มีบางส่วนที่ปีนขึ้นไปบนประตูแล้วนั่งบนคาน ทำเอาคานหักกลางและพวกเขาก็ร่วงลงมา จากนั้นแฟนๆ ก็โพสท่าถ่ายรูปอย่างสนุกสนานขณะนั่งอยู่ในประตูที่พังลงดังกล่าว ส่วนในห้องแต่งตัวของทีมนั้น คิทแมน หรือคนดูแลเสื้อผ้าให้กับทีมฟุตบอลของทีมอย่างแบรนดอน แอชตัน ก็ถอดเสื้อผ้าออกหมดเหลือแต่กางเกงลิงตัวเดียวจากนั้นก็สไลด์ตัวไปบนพื้นท่ามกลางเสียงเฮของบรรดานักเตะ