เลียม กัลลาเกอร์ นักร้องและอดีตสมาชิกวงโอเอซิสที่เป็นแฟนตัวยงของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดศึกกับเจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตปราการหลังลิเวอร์พูล หลังจากที่ทัพเรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ไปครอง

          เลียม กัลลาเกอร์ นักร้องนำและอดีตสมาชิกวงโอเอซิส มีวิวาทะเดือดกับเจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังลิเวอร์พูลและทีมชาติอังกฤษ หลังจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา (อาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2565) ทั้งนี้ทัพเรือใบสีฟ้า คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของสุดของอังกฤษมาครองได้หลังจากที่คัมแบ็คจากตามหลังแอสตัน วิลล่า 2-0 กลับมาเอาชนะ 3-2 ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม โดยที่อิลคาย กุนโดกัน ทำคนเดียว 2 ประตู ส่วนอีกประตูได้มาจากโรดรี้ ทำให้พวกเขาเบียดหงส์แดงที่จบอันดับ 2 ไปแค่แต้มเดียว

          หลังจบเกม กัลลาเกอร์ซึ่งเป็นแฟนตัวยงของแมนฯ ซิตี้ ได้โพสต์ทวิตเตอร์เพื่อฉลองแชมป์ ขณะเดียวกันก็ถือโอกาสจิกกัดไปถึงอดีตปราการหลังหงส์แดงที่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นนักวิเคราะห์เกมอย่างคาร์ราเกอร์ ในช่วงเริ่มต้นของทวีตที่ค่อนข้างใช้คำหยาบคายนี้ กัลลาเกอร์ทวีตว่า  "แกพูดอะไรอ่ะคาร์ร่า แกจบแล้ว (อิโมจิระฆัง)" ทวีตนั้นนำไปสู่การตอบกลับอย่างรวดเร็วจากคาร์ราเกอร์ ผู้ซึ่งตอบว่า "ฉันกำลังจะบอกว่า แกก็ไม่มีวันได้แชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก & โอเอซิสนั้นแย่มากเมื่อเทียบกับบีทเทิ่ลส์ มันเวิร์คเหรอ?” กัลลาเกอร์ ตอบกลับว่า: "เอ่อ คาร์ร่า แกเล่นมุขของสเกาเซอร์นี่ ....เอ๊ย แกมันสุงสิงกับ (แกรี่) เนวิลล์นานเกินไปแล้ว โอเอซิส สามารถเอาชนะเดอะ บีทเทิ่ลส์ ได้อย่างง่ายดาย พวกเขาได้ไปเล่นที่เน็บเวิร์ธกี่ครั้งกัน?”

          เมื่อการตอบโต้ระหว่างทั้งสองสิ้นสุดลง บริษัทแว่นตาอย่าง Specsavers ได้ทวีตหย่าศึกว่า "ใจเย็นๆ พวกคุณทั้งคู่ได้เหรียญพรีเมียร์ ลีกเท่ากันนะ" เรียกว่ากัลลาเกอร์ กลายเป็นแกนนำในการฉลองแชมป์พรีเมียร์ ลีก สมัยที่ 6 ของแมนฯ ซิตี้ ทางทวิตเตอร์ นอกจากทวีตเดิมของเขาแล้ว นักร้องดังวัย 49 ยังทวีตถึงผู้จัดการทีมแอสตัน วิลล่า และอดีตนักเตะลิเวอร์พูลอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด “ฝันไปเหอะเจอร์ราร์ด เช่นเดียวกับไอ้...สโมสรเก่าของเขาที่มาทุบรถบัสของเรา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือแชมเปี้ยน" ต่อมาไม่นานเขาก็ทวีตว่า “ไอ้...ลื่นเจอร์ราร์ด” คำว่า 'ลื่น' ของกัลลาเกอร์นั้นอ้างถึงการสะดุดล้มอันโด่งดังของเจอร์ราร์ดในเกมพ่ายแพ้ต่อเชลซี ซึ่งตอนนั้นลิเวอร์พูลกำลังมีลุ้นแชมป์พรีเมียร์ ลีก ภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ในตอนนี้อย่างเบรนแดน ร็อดเจอร์ส 

          ทั้งนี้ความหวังลุ้น 4 แชมป์ในฤดูกาลนี้ของลิเวอร์พูลต้องพังทลายลงจากชัยชนะของแมนฯ ซิตี้ ทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ คว้าแชมป์คาราบาว คัพและเอฟเอ คัพ มาครองได้เรียบร้อยแล้ว พวกเขายังคงมีลุ้นคว้าทริปเปิ้ลแชมป์หากเอาชนะในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2565 ที่จะเจอกกับเรอัล มาดริด ส่วนทางด้านแมนฯ ซิตี้ ยังไม่เคยคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยในฤดูกาลนี้พวกเขาผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศก่อนที่จะแพ้ให้กับทัพราชันชุดขาว ซึ่งจะพบกับลิเวอร์พูลในรอบชิงชนะเลิศที่ปารีส

          และสำหรับการคว้าแชมป์ของแมนฯ ซิตี้ เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ ลีก คือคว้าแชมป์มาครองได้ 6 ครั้ง แซงเชลซีที่คว้าไป 5 ครั้ง และเป็นรองแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่คว้าไปแล้ว 13 ครั้งนับตั้งแต่พรีเมียร์ ลีก ก่อตั้งขึ้นในปี 1992 แม้ว่าทัพเรือใบสีฟ้าจะยังไม่สามารถคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้เลยสักครั้งก็ตาม