มวยสากลสมัครเล่นไทยได้เฮ "สมชาย วงษ์สุวรรณ" นักชกรุ่น 63 กก. พร้อมด้วย"บรรจง สินสิริ" รวมถึง "จักรพงษ์ ยมโคตร" และ "จุฑามาศ รักสัตย์ " สร้างชื่อให้ทัพกำปั้นไทย คว้า 4 เหรียญทองซีเกมส์    

 ความเคลื่อนไหวทีมมวยสากลทีมชาติไทยชุดสู้ศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ประเทศเวียดนาม ระหว่าง 12-23 พ.ค. ล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 22 พ.ค. เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ โดยทีมชาติไทย ผ่านเข้าถึงรอบนี้ 6 รุ่น ประกอบด้วย ชาย 4 รุ่น และ หญิง 2 รุ่น  จากทั้งหมด 11 รุ่น  โดยนัดชิงชนะเลิศครั้งนี้  มี นาย วินัย รอดจ่าย เลขาธิการสมาคมฯและ พล.อ.อ.ระพีพัฒน์ หลาบเลิศบุญ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคสมาคมฯเข้าไปชมและเชียร์ให้กำลังใจทัพกำปั้นไทยถึงในเวทีมวยชั่วคราวบั๊กนิญ ยิมเนเซี่ยม ชานเมืองฮานอย ด้วย

 คู่แรก รุ่น 63 กก.สมชาย วงษ์สุวรรณ  พบ ฟาร์รันด์ ปาเปนแด็ง (อินโดนีเซีย)  ผลปรากฎว่า สมชาย ใช้จังหวะฝีมือ สายตา ชั้นเชิงมวยที่เหนือกว่าออกหมัดแย็ป และกระแทกหมัดเข้าบริเวณหางคิ้วซ้ายของนักชกอิเหนา จนมีแผลแตก กรรมการสั่งพี่เลี้ยงให้มาดูอาการและห้ามเลือดหลายครั้ง ครบ 3 ยก สมชายเป็นฝ่ายต้อนชนะคะแนน 5-0 คะแนน คว้าเหรียญทองแรกให้ทัพกำปั้นไทย

 รุ่น 69 กก. บรรจง สินสิริ ดีกรีนักชกยอดเยี่ยม มวยสากล”ไทยแลนด์โอเพ่น”ที่จ.ภูเก็ต พบ ซาโรฮาตัว ลุมบานโตบิง (อินโดนีเซีย) ผลปรากฎว่า บรรจง โชว์สเต็ปเชิงมวย ที่เหนือชั้นเป็นฝ่ายชนะคะแนนไม่ยาก 5-0 คว้าเหรียญทองที่ 2ให้ทีมขุนพลทีมชาติไทย

 รุ่น 81 กก.”เจ้าร่อง”อนวัช ถองกระโทก พบ มิเกล โรเบิร์ต มุสกิต้า (อินโดนีเซีย)  นักชกไทยเสียเปรียบเรื่องช่วงชก เพียงแค่ 30วินาที ของยกแรก  อนวัช พลาดโดนหมัด ให้กรรมการนับ 8 หลังจากนั้นก็ยังเป็นฝ่ายเดินหน้าแลกหมัด แต่โดนหมัดชุดของมุสกิต้า หลายหมัด หัวใจเกินร้อยสำหรับอนวัช ยก2 นักชกไทยยังเป็นฝ่ายเดินชวนทะเลาะ แต่เสียเปรียบเรื่องช่วงชก ทำให้หมด2ยกคะแนน ยังตามอยู่ 
ยกสุดท้าย อนวัช ยืนปักหลักแลกหมัดกันกลางเวที ช่วง10วินาทีสุดท้าย มุสกิต้า โดนหมัดอนวัชเข้าอย่างจัง ต้อง นับ8เหมือนกัน  ทว่าครบ 3 ยก กรรมการชูมือให้มุสกิต้าชนะคะแนน 5-0 ทำให้อนวัช ได้เหรียญเงิน

 รุ่น 91 กก. “เจ้ายักษ์”จักรพงษ์ ยมโคตร พบ อ่อง เพรัก (กัมพูชา)  เพียงแค่ยกแรก”เจ้ายักษ์”ปล่อยหมัดเข้าใบหน้านักชกกัมพูชาเต็มแรง จนกรรมต้องเข้ามานับ8 กรรมการเข้าไปดูเห็นว่าชกต่อไม่ได้ สุดท้าย กรรมการยุติการชก ชูมือให้ จักรพงษ์ ชนะอาร์เอสซี เพียงแค่ยกแรก คว้าเหรียญทองอย่างง่ายดาย

 ขณะที่มวยหญิง ได้ชิง 2 รุ่น คือ รุ่น 48 กก.หญิง”น้องหวาน”จุฑามาศ รักสัตย์ พบ  เตรียน ธี เดียม เกียว(เวียดนาม) ผลปรากฎว่า จุฑามาศ ทำได้ดีกว่าชนะคะแนน 5-0 คว้าเหรียญทองให้กำปั้นหญิง และเป็นเหรียญทองที่4ของขุนพลเสื้อกล้ามทีมชาติไทย

 รุ่นสุดท้าย รุ่น 57 กก.หญิง”เมษา”นิลาวัลย์ เตชะสืบ พบ หว่อง ธี วี่  (เวียดนาม) นิลาวัลย์อาศัย เดินหน้าออกหมัดรบกวนนักชกเจ้าภาพตลอด ช่วงยก 3 “เมษา”รู้ว่าคะแนนเป็นรอง ทำให้เดินหน้าทะเลาะ และ ออกหมัดได้เข้าเป้า เต็มใบหน้าของ หว่อง ธี วี่ ทำให้กรรมการต้องนับ 8 แต่ทว่าครบ 3ยก  กรรมการชูมือให้นักชกเวียดนามชนะคะแนน 3-2 นิลาวัลย์ ได้แค่เหรียญเงิน

 ด้านพล.อ.อ.ระพีพัฒน์ หลาบเลิศบุญ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทยที่ได้ชมในสนามเผยว่า พอใจฟอร์มของนักชกไทยทุกคน ขอบคุณนักกีฬาทุกคนที่ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด สร้างความสุขให้คนไทย หลังจากนี้สมาคมจะวางแผนเก็บตัวฝึกซ้อมต่อทันที โดยมีเป้าหมายคว้าเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ที่หางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งยังไม่ได้กำหนดวันที่ชัดเจนว่าเป็นช่วงเดือนไหน แต่สมาคมฯ ต้องเตรียมทีมให้พร้อมที่สุด

 สรุปผลงาน ขุนพลเสื้อกล้ามทีมชาติไทย ส่งแข่งขัน 10 รุ่น  ได้  4 เหรียญทอง  2 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง โดยเหรียญทอง รุ่น 63 กก. สมชาย วงษ์สุวรรณ, รุ่น 69 กก.บรรจง สินสิริ
, รุ่น 91 กก. จักรพงษ์ ยมโคตร, รุ่น 48 กก.หญิง จุฑามาศ รักสัตย์

 เหรียญเงิน รุ่น 81กก. อนวัช ถองกระโทก, รุ่น 57กก.หญิง นิลาวัลย์ เตชะสืบ เหรียญทองแดง  รุ่น 52 กก. ธนรัฐ แสงเพชร , รุ่น 75 กก. พีระภัทร์ เยียะสูงเนิน และ รุ่น51กก.หญิง นิลดา มีคุณ