อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ปราการหลังของเชลซีอธิบายสาเหตุที่ตัดสินใจย้ายออกจากทีม พร้อมเผยเหตุการณ์ขณะขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำตอนฉลองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปีที่แล้ว

          อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ยืนยันว่าเขาจะย้ายออกจากเชลซีในช่วงซัมเมอร์นี้ และกล่าวว่าการตัดสินใจเข้าร่วมทีมเรอัล มาดริดของเขาเกิดขึ้นหลังจากที่ทัพสิงโตน้ำเงินครามเงียบไปช่วงหนึ่งเกี่ยวกับข้อเสนอสัญญาใหม่ โดยกองหลังทีมชาติเยอรมนี ได้ตกลงเซ็นสัญญากับทัพราชันชุดขาวเป็นเวลา 4 ปี และจะย้ายไปร่วมทีมแชมป์องสเปนในฐานะนักเตะฟรีเอเย่นต์ในช่วงสิ้นสุดฤดูกาลนี้ แม้ว่าโธมัส ทูเคิล จะต้องการให้รูดิเกอร์อยู่ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต่อ และเชลซีก็พร้อมที่จะทำให้แข้งวัย 29 กลายเป็นกองหลังที่มีค่าเหนื่อยสูงสุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร แต่รูดิเกอร์กล่าวว่าเชลซีรอนานเกินไปกว่าจะเริ่มการเจรจาและหลายเดือนที่เงียบงันก็โน้มน้าวให้เขาแยกทางกับสโมสรหลังจากอยู่มาห้าปี

          “น่าเสียดายที่การเจรจาสัญญาของผมเริ่มที่ยากขึ้นเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว” รูดิเกอร์เขียนไว้ในจดหมายเปิดผนึกถึงแฟนบอลเชลซีผ่านทาง The Players' Tribune “ธุรกิจก็คือธุรกิจ แต่เมื่อคุณไม่ได้ยินข่าวใดๆ จากสโมสรตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงมกราคม สถานการณ์ก็จะซับซ้อนขึ้น” "หลังจากข้อเสนอแรก ก็มีช่องว่างที่ยาวนานที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เราไม่ใช่หุ่นยนต์นะ? คุณไม่สามารถรอเป็นเวลาหลายเดือนท่ามกลางความไม่แน่นอนมากมายเกี่ยวกับอนาคตของคุณ" “แน่นอนว่า ไม่มีใครรู้ว่าการคว่ำบาตรกำลังจะเกิดขึ้น แต่ท้ายที่สุดแล้ว สโมสรใหญ่อื่นๆ ก็แสดงความสนใจและผมต้องตัดสินใจ ผมจะทิ้งมันไว้อย่างนั้น เพราะนอกจากเรื่องธุรกิจแล้ว ผมไม่มีอะไรจะพูดแย่ๆ เกี่ยวกับสโมสรแห่งนี้”

          รูดิเกอร์ ยังเปิดเผยว่าขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำร่วมกับผู้เล่นเชลซีที่เป็นมุสลิมด้วยกันอย่างเอ็นโกโล่ ก็องเต้, ฮาคิม ซิเยช และเคิร์ต ซูม่า ในขณะที่เพื่อนร่วมทีมฉลองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปีที่แล้ว ที่พวกเขาเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยรูดิเกอร์เลือกที่จะงดดื่มแอลกอฮอล์เนื่องจากเขาเป็นมุสลิมที่เคร่งครัด พ่อแม่ของเขาหนี
สงครามกลางเมืองในเซียร์ราลีโอน ดังนั้น เขาจึงขอเอาตัวเองออกจากสถานการณ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อความเชื่อของเขา ผลที่ได้คือ รูดิเกอร์ต้องอยู่ในห้องน้ำกับเพื่อนร่วมทีมมุสลิมของเขาเพื่อหลีกเลี่ยงจากการโดนสาดแชมเปญที่จะเกิดขึ้นในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า

          โดยเมื่อพูดถึงประสบการณ์หลังเกมดังกล่าวผ่านทาง The Players Tribune รูดิเกอร์ก็กล่าวว่า "ถ้วยแชมป์ต่างๆ ที่ผมชนะที่นี่นั้นล้วนแล้วแต่ยอดเยี่ยมจริงๆ" "แต่สิ่งที่ทำให้เชลซีเป็นสถานที่พิเศษคือมิตรภาพ เราเป็นมากกว่าเพื่อนร่วมทีม หลายๆ คนทั้ง เอ็นโกโล่ ก็องเต้, โคว่า, ซิเยช, ลูกากู พวกเขาเป็นเหมือนพี่น้องของผม" "พูดตามตรงนะ มันหายากมากในวงการฟุตบอล และถ้ามีช่วงเวลาที่สรุปทุกอย่างสำหรับผมแล้วล่ะก็ ก็น่าจะเป็นเหตุการณ์ในห้องน้ำหลังจากที่เราชนะรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก"

          "เมื่อเรากลับมาที่ห้องแต่งตัว เด็กๆ กำลังฉลองแชมเปญกัน และพวกเราสองสามคนที่เป็นมุสลิมที่เคร่งครัดก็เข้าห้องน้ำเพื่อหาความสงบในแบบของเรา ผม, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, ซิเยช และซูม่าขังตัวเองไว้ในห้องน้ำ และเราก็ดูเหรียญรางวัลของเรา จากนั้นมองหน้ากันแล้วส่ายหัว" "ผมจะไม่มีวันลืมสิ่งนี้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มีรอยยิ้มที่กว้างที่สุดบนใบหน้าของเขา 'ว้าว' เขาพูด 'เราทำได้จริงๆ' และเขาก็เริ่มหัวเราะ เหมือนกับว่าเขาหัวเราะอย่างเดียวเลย" "เมื่อเอ็นโกโล่ ก็องเต้ หัวเราะ คุณอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่ามีความสุขอย่างแท้จริง เราทั้งสี่เริ่มหัวเราะเหมือนเด็กน้อย ช่วงเวลานั้นในห้องน้ำสำหรับผมจะคงอยู่ตลอดไป"

          รูดิเกอร์และเพื่อนร่วมทีมเชลซีของเขาไม่ใช่ผู้เล่นกลุ่มแรกที่หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแชมเปญเนื่องจากความเชื่อของพวกเขา ซาดิโอ มาเน่ ก็ขอทาคุมิ มินามิโนะ อย่างสุภาพว่าไม่ให้ฉีดแชมเปญตอนฉลองแชมป์คาราบาว คัพ ของลิเวอร์พูลเมื่อเดือนกุมภาพันธ์

          เช่นเดียวกับรูดิเกอร์ มาเน่เป็นมุสลิมผู้เคร่งครัดที่เลือกที่จะไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพราะศาสนาของเขา ตามความเชื่อของเขา แอลกอฮอล์เป็นสิ่ง 'ต้องห้าม' และ 'เป็นอันตราย' ดังนั้น ชาวมุสลิมจึงไม่กินอาหารที่มีเอธานอล พวกเขาไม่ฉีดน้ำหอมที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์ และพวกเขาจะอยู่ห่างจากสารที่ทำให้มึนเมาทุกรูปแบบ การพูดคุยสั้นๆ ของมาเน่กับมินามิโนะถูกถ่ายทอดสดทางทีวีหลังจากที่ทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ เอาชนะการดวลจุดโทษเชลซี 11-10 และคว้าแชมป์คาราบาว คัพ ไปครอง

 

 

          หงส์แดงรับถ้วยรางวัลที่บริเวณสแตนด์ทางเหนือก่อนจะมุ่งหน้าสู่สนามหลังจากนั้นไม่นานเพื่อฉลองกันต่อ ผู้เล่นรวมตัวกันบนโพเดียมตรงกลางสนาม เวทีเต็มไปด้วยขวดแชมเปญที่เตรียมไว้สำหรับฉีด มินามิโนะหยิบขวดขึ้นมาโดยตั้งใจจะเทใส่เพื่อนร่วมทีม แต่มาเน่ขออย่างสุภาพให้เขางดเว้นจากการทำเช่นนั้น เป็นผลให้มินามิโนะวางขวดลงและยังคงร้องเพลงและเต้นรำกับเพื่อนร่วมงานของเขาต่อไป

 

          กลับมาที่รูดิเกอร์ เขาเป็นขวัญใจแฟนๆ ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยลงเล่นให้กับเชลซีมากกว่า 200 เกม และช่วยให้สโมสรคว้าถ้วยสำคัญ 5 รายการ รวมถึงแชมเปี้ยนส์ ลีกด้วย รูดิเกอร์กล่าวเสริมถึงการย้ายออกที่ใกล้เข้ามาว่า "เชลซีจะอยู่ในใจผมเสมอ ลอนดอนจะเป็นบ้านของผมเสมอ ผมมาที่นี่คนเดียว และตอนนี้ผมมีภรรยาและลูกที่น่ารักสองคนแล้ว" "ผมยังมีน้องชายคนใหม่ชื่อโควา ผมมีเหรียญเอฟเอคัพ, ยูโรป้า ลีก และแชมเปี้ยนส์ ลีก และแน่นอน ผมมีความทรงจำนับร้อยที่จะอยู่กับผมตลอดไป" "ผมออกจากสโมสรนี้ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง มันมีความหมายทุกอย่างกับผม ผมจะเป็นเชลซีตลอดไป ขอบคุณครับ...รูดี้"