แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตัน เผยวิธีพลิกเกมให้ทีมในช่วงครึ่งหลัง หลังจากทัพทอฟฟี่สีน้ำเงินพลิกจากตามหลัง 2-0 ในครึ่งแรกกลับมาเอาชนะคริสตัล พาเลซ 3-0 เมื่อคืนที่ผ่านมา

          แฟรงค์ แลมพาร์ด ยอมรับว่าเขา 'เสแสร้ง' ในห้องแต่งตัวในช่วงพักครึ่งของเกมพรีเมียร์ ลีก ที่เอฟเวอร์ตันโกงความตายคัมแบ็คกลับมาเอาชนะคริสตัล พาเลซเมื่อคืนที่่ผ่านมา (พฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม 2565) ซึ่งทำให้พวกเขาอยู่รอดในลีกสูงสุด ต่อไป เกมนี้ทัพทอฟฟี่สีน้ำเงินตกเป็นฝ่ายตามหลังก่อน 2 ประตู แต่ได้คืน 3 ประตูรวดในครึ่งหลังและเอาชนะไปได้ในที่สุด 3-2 ที่กูดิสัน พาร์ค โดยแลมพาร์ดเผยกับ Sky Sports หลังการแข่งขันและเปิดใจว่าเขาพลิกสถานการณ์อย่างไรในช่วงพักครึ่ง

          เขากล่าวว่า: "บอกตามตรง บางครั้งในฐานะผู้จัดการทีม คุณก็ต้องเสแสร้งบ้าง ไม่แสดงความรู้สึกเพราะคุณต้องพยายามเปลี่ยนคน สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เดเล่ อัลลี่ ถูกเปลี่ยนตัวลงไป เดเล่น่าทึ่งมาก" “รูปแบบของทีม เราเปลี่ยนก่อนพักครึ่ง แต่เราสามารถให้ข้อมูลได้บ้าง ประเด็นของผมคือมันไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางแทคติก มันคืออารมณ์ในตอนนี้ และมันคือคาแรกเตอร์และคุณสามารถเติมพลังให้ฝูงชนได้หรือไม่ คุณสามารถทำประตูได้อย่างรวดเร็วเพื่อให้เรากลับเข้าสู่เกมได้มั้ยและคุณต้องเชื่อในทุกสิ่ง" “มันคือข้อความง่ายๆ แบบนี้ จากนี้ไปก็เป็นแค่ตัวนักเตะเท่านั้น ส่งต่อให้พวกเขา ซึ่งพวกเขาสมควรได้รับเครดิตทั้งหมด”

          แลมพาร์ดยอมรับว่าเขา 'ท่วมท้นไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก' หลังเอฟเวอร์ตันอยู่รอดปลอดภัยในลีกสูงสุด เขากล่าวเสริมว่า “มันมีความหมายมากๆ สำหรับสโมสรนี้กับสถานการณ์ที่เราทำ เพราะในครึ่งแรกเราไม่ได้ตายและโดนฝัง แต่คนข้างนอกอาจจะพูดอย่างนั้น” “แล้วคาแรกเตอร์ของสโมสรแห่งนี้, แฟนบอล, ผู้เล่นก็ดึงเราเข้าไป สปิริตของสโมสรนั้นยิ่งใหญ่มากๆ” “ผมรู้สึกท่วมท้นไปด้วยความรู้สึกและขอบคุณมากๆ สำหรับผู้คน เพราะมีผู้คนมากมายที่ทำงานอย่างหนักเพื่อสิ่งนั้น เพื่อประสบความสำเร็จในวันนี้ นั่้นก็คือบรรดาผู้เล่น, แฟนๆ, บอร์ดบริหาร, สตาฟฟ์ของผม ค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่สำหรับเอฟเวอร์ตัน และตอนนี้เราต้องการก้าวไปข้างหน้า"

          แลมพาร์ด ยังยอมรับว่าเขาเกือบร้องไห้หลังสิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลา ที่เจ้าตัวไม่อาจเก็บซ่อนอารมณ์ความรู้สึกไว้ได้ และความรู้สึกนั้นก็ยังคงอยู่จนถึงการแถลงข่าวหลังเกมของเขา เขาบอกกับสื่อว่า “ผมคิดว่าผมเกือบร้องไห้ [ตอนหมดเวลาการแข่งขัน] ผมคิดว่าผมเซอร์ไพรส์สุดๆ กับมัน ไม่มีใครสามารถตั้งคำถามกับการฉลองตอนจบเกมได้” “มันง่ายที่จะพูดว่า 'แต่คุณไม่ได้คว้าแชมป์อะไรเลยนะ' คุณรู้อะไรไหม การมาทำงานที่สโมสรแห่งนี้สองสามเดือนแล้วได้เห็นความยากลำบากและการอยู่รอดในลีกมีความหมายต่อผู้คนมากขนาดไหน" “เห็นเราตามหลัง 2-0 ในครึ่งแรก เล่นไม่ดี ประตูที่สองที่น่าขัน แล้วมาเห็นคาแรกเตอร์ที่พวกเขาแสดงออกมา เห็นแฟนๆ ในสนามที่เต็มไปด้วยหัวใจและจิตวิญญาณ” “พวกเขาช่วยให้เราทำสำเร็จ พวกเขาเป็นมากกว่าผู้เล่นคนที่ 12 แต่บรรดาผู้เล่นก็สมควรได้รับเครดิตมหาศาล ค่ำคืนที่ยอดเยี่ยม”

          แลมพาร์ดประสบความสำเร็จในอาชีพค้าแข้งในฐานะนักเตะ และมีความสุขกับค่ำคืนอันน่าทึ่งในช่วงเวลานั้น อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่าชัยชนะครั้งนี้ของเอฟเวอร์ตันถือเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของเขา เขายอมรับว่ารู้สึกภูมิใจมากๆ ที่ได้เป็นผู้จัดการทีมทอฟฟี่สีน้ำเงินในค่ำคืนอย่างเช่นคืนพฤหัสบดีที่ผ่านมา และเขาเชื่อว่าสโมสรแห่งนี้มีความพิเศษอย่างแท้จริง

          เขากล่าวเสริมว่า: “มันเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตและอาชีพนักฟุตบอลของผม ผมโชคดีมากที่มีช่วงเวลาที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เชลซี ในฐานะผู้เล่นและโค้ช” “แต่เมื่อคุณรู้สึกถึงความรู้สึกต่างๆ และความกลัวต่อการตกชั้น มันแตกต่างออกไป คุณต้องพยายาม คุณแพ้หลายๆ เกม คุณต่อสู้เพื่อทำอะไรสักอย่างแล้วคุณก็แพ้อีกเกมนึง” “ผู้คนคิดว่าคุณควรจะมีอันดับในตารางสูงขึ้นและมันไม่เคยเป็นแบบนั้นเลย การมาที่นี่เมื่อสามเดือนครึ่งที่แล้วกับสตาฟฟ์ที่น่าทึ่งของผม, คนคิดบวกที่ทำงานอย่างหนัก และพยายามสร้างผลกระทบและรับปฏิกิริยาจากผู้เล่น, จากแฟนๆ และความรู้สึกสามัคคีเมื่อมันดูเหมือนจะแตกแยกกัน” “สโมสรแห่งนี้มีความพิเศษ และผมภูมิใจที่ได้เป็นผู้จัดการทีมของเอฟเวอร์ตันในคืนนี้”