เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลออกมาอัพเดตอาการบาดเจ็บของเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ หลังทัพหงส์แดงคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ด้วยการดวลจุดโทษชนะเชลซีเมื่อคืนที่ผ่านมา

           เจอร์เก้น คล็อปป์ บรรเทาความกลัวของแฟนๆ ลิเวอร์พูลเรื่องอาการบาดเจ็บของ 2 ลูกทีมอย่างโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ และเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ว่าไม่ได้หนักหนาสาหัส แต่ยอมรับว่าเขาต้องปวดหัวกับการเลือกทีมในเกมเจอกับเซาธ์แฮมป์ตันในสัปดาห์หน้า โดยเกมเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ เมื่อคืนที่ผ่านมา (เสาร์ที่ 14 พฤษภาคม 2565) ซาลาห์ต้องเดินกะโผลกกะเผลกหลังเวลาผ่านครึ่งชั่วโมง เมื่อรู้สึกว่ามีปัญหาที่ขาหนีบ ขณะที่ฟาน ไดจ์ค อยู่ในสนามได้ถึง 90 นาทีหลังจากบ่นว่ามีอาการเสียวหัวเข่า

          อย่างไรก็ตามตอนนี้ทั้งคู่ไม่น่าจะลงเล่นในเกมพรีเมียร์ ลีก ในวันอังคารที่ 17 พฤษภาคม 2565 ที่จะเดินทางไปเยือนถิ่นเซนต์ แมรี่ส์ หลังจากที่พวกเขาคว้าดับเบิ้ลแชมป์ถ้วยในประเทศได้เป็นครั้งที่สอง และตั้งเป้าที่จะลุ้นแชมป์ลีกกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปจนถึงสุดสัปดาห์สุดท้าย ทั้งนี้เจ้านายใหญ่หงส์แดงมั่นใจว่าทั้งคู่จะไม่เจ็บไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่จะเจอกับเรอัล มาดริด ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2565 นี้

           “แน่นอนว่าผมคุยกับทั้งคู่หลังจบเกม และทั้งคู่โอเคมากๆ” คล็อปป์กล่าว “ทั้งหมดที่เรารู้ก็คือมันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ที่เราผ่านมา” “แต่เกมต่อไปคือวันอังคารและนั่นค่อนข้างเร็ว ผมคิดว่าพวกเขาทั้งสองจะสบายดี เรามีการซ้อมในเช้าวันอาทิตย์ และผมจะประหลาดใจ (ถ้าพวกเขาจะไม่เป็นไรแล้ว) แต่ผมจะรับมันไว้ เราจะมาดูกันอีกที”

           คล็อปป์ อธิบายต่อว่า: “เราต้องเปลี่ยนโมในช่วงต้นเกมซึ่งมันไม่เจ๋งเลย แต่มันเป็นการตัดสินใจของผม มันเป็นการระวังไว้ก่อน โมบอกว่า 'ผมรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง แต่ผมสามารถเล่นต่อไปได้นะ' และผมก็บอกว่า 'ไม่ ไม่' เกมฟุตบอลไม่ใช่กายภาพบำบัดที่สมบูรณ์แบบ น้อยครั้งมากที่จะดีขึ้นในระหว่างเกม" “จากนั้น เวิร์จก็ยืนข้างผมและพูดว่า 'ผมรู้สึกถึงอะไรบางอย่างแต่ผมคิดว่าไม่เป็นไรนะ' ดังนั้นเราจึงตัดสินใจร่วมกันว่าเขาจะเล่นต่อ แต่มันชัดเจนว่าเมื่อเราไม่จบเกมใน 90 นาทีเขาต้องออกมา" “จากนั้นคุณสามารถนำดิโอโก้ โชต้า และโจเอล มาติป ลงมาในช่วงเวลานี้ นั่นคือสถานการณ์ที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเป็นโค้ชมา นั่นเป็นเหตุผลที่เราสามารถลุยต่อได้ มันเป็นเรื่องยาก เรารู้เรื่องนั้นดี โชคดีที่เรารู้เรื่องนั้น แต่เราคู่ควรกับมันเช่นกัน มันเจ๋งจริงๆ" 

           คล็อปป์ ซึ่งกลายเป็นผู้จัดการทีมคนแรกในประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูลที่คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ, แชมป์ลีก, แชมป์เอฟเอ คัพ และแชมป์ ลีก คัพ ยอมรับว่าความผิดพลาดของเขาเกือบทำให้ทีมต้องเสียหาย โดยตอนที่ซาดิโอ มาเน่ ก้าวขึ้นไปยิงจุดโทษนั้นคล็อปป์ กระตุ้นให้เขาเปลี่ยนทางจากปกติที่ชอบยิงเนื่องจากเขาต้องดวลกับเพื่อนร่วมทีมชาติเซเนกัลอย่างเอดูอาร์ เมนดี้ แต่ปรากฏว่าลูกยิงของมาเน่โดนเซฟเอาไว้ได้

          "จุดโทษของซาดิโอ ผมต้องรับผิดชอบ 50 เปอร์เซ็นต์ ผมบอกเขาว่าผู้รักษาประตูรู้ดีว่าปกตินายยิงไปทางไหนดังนั้นก็ยิงไปอีกทาง บ่อยครั้งในชีวิตผมที่คิดว่า หุบปากไว้จะดีกว่า!" "แต่เราก็ยังทำได้สำเร็จหลังเกมที่น่าเหลือเชื่อ เราทำงานร่วมกับบริษัทประสาทวิทยา (ลิเวอร์พูลร่วมงานกับ Neuro11 ซึ่งเป็นบริษัท​ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบประสาทวิทยาจากประเทศเยอรมนี) ที่กล่าวว่าพวกเขาสามารถฝึกการยิงลูกโทษได้จริงๆ ถ้วยรางวัลนี้ก็สำหรับพวกเขาเช่นกัน"