ไปชมทักษะการจ่ายบอลสไตล์สตีเว่น เจอร์ราร์ด ของติอาโก้ อัลกันตาร่า ในเกมเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ที่ช่วยให้ลิเวอร์พูลเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้สำเร็จเมื่อคืนที่ผ่านมา

          อาจพูดได้ว่า ติอาโก้ อัลกันตาร่า เล่นแฟนตาซีฟุตบอลกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และช่วยให้ลิเวอร์พูลเข้าถึงเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี จากการเอาชนะเรือใบสีฟ้า 3-2 เมื่อคืนที่ผ่านมา (เสาร์ที่ 16 เมษายน 2565) และผลงานที่น่ามหัศจรรย์ของติอาโก้ที่เป็นหัวใจในแดนกลางมีบทบาทสำคัญในชัยชนะครั้งนี้ ในขณะที่ในครึ่งหลังหงส์แดงดูจะแผ่วลงไปทำให้แจ็ค กรีลิช และแบร์นาร์โด้ ซิลวา ทำประตูไล่ตามมา แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธประสิทธิภาพของลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ในช่วง 45 นาทีแรกได้

          ลิเวอร์พูลระเบิดฟอร์มในครึ่งแรกที่สนามเวมบลีย์โดยขึ้นนำไปก่อนถึง 3-0 จากซาดิโอ มาเน่ ที่ยิงวอลเลย์ผ่านแซ็ค สเตฟเฟ่นที่เสาใกล้ หงส์แดงเคลื่อนเกมได้อย่างไหลลื่นทั่วทั้งสนาม แต่ก็ต้องยอมรับว่าติอาโก้ คือนักเตะที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ในจังหวะสำคัญๆ โดยเฉพาะในประตูที่ 3 ที่ได้มาจากจังหวะการต่อบอลที่สวยงามของทีมก่อนที่ ติอาโก้ จะตักบอลให้มาเน่เอี้ยวตัววอลเลย์ บอลพุ่งติดไซด์ก้อยเบียดโคนเสาแรกเข้าไปอย่างสวยงาม 

 

 

 

          อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ฟอร์มการเล่นในเอฟเอ คัพ ของติอาโก้น่าประทับใจยิ่งขึ้นก็คือแอสซิสต์ที่งดงามของเขาลูกดังกล่าวนั้นไม่ใช่การจ่ายบอลที่สวยงามที่สุดของเขาในเกมนี้ เพราะต้องยกให้การจ่ายบอลแบบติดไซด์ก้อยของเขาไปให้กับโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ที่ใครเห็นก็ต้องทึ่งไปตามๆ แม้ว่าการผ่านบอลดังกล่าวจะไม่ได้นำไปสู่การเป็นประตูเหมือนความพยายามครั้งก่อนหน้าของเขา

 

 

          โดยจังหวะดังกล่าวนั้น นักเตะวัย 31 ปี กำลังแย่งบอลกับริยาด มาห์เรซ ก่อนที่จะได้บอลมาครองด้วยการพักบอลด้วยอก จากนั้นก็จะเปิดบอลข้ามฟากด้วยการดีดด้วยเท้าขวาราวกับว่าเป็นเรื่องง่ายๆ แม้ที่สุดแล้วปลายทางของการจ่ายครั้งนี้จะไปไม่ถึงประตู แต่บอลก็ไปซาลาห์อย่างสมบูรณ์แบบและทำให้หลายๆ คนเปรียบเทียบการจ่ายบอลครั้งนี้ของเขากับของสตีเว่น เจอร์ราร์ด 

 

          แม้ว่าพ่อมดจากสเปนอาจต้องใช้เวลาหนึ่งฤดูกาลในการตั้งปรับตัวที่แอนฟิลด์หลังจากโบกมืออำลาบาเยิร์น มิวนิค แต่ตอนนี้ มันชัดเจนมากๆ ว่าเขาปรับตัวเข้ากับชีวิตในเมอร์ซีย์ไซด์แล้ว และด้วยการผ่านบอลที่ไม่ธรรมดาของเขาที่ช่วยส่งลิเวอร์พูลไปสู่เอฟเอ คัพนัดชิงชนะเลิศครั้งแรกภายใต้การคุมทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ เขาอาจมีโอกาสคว้าถ้วยแชมป์ถ้วยต่อไปในอังกฤษ  อย่างไรก็ตาม หากลิเวอร์พูลจะสร้างประวัติศาสตร์และกลายเป็นสโมสรอังกฤษทีมแรกที่คว้า 4 แชมป์ ก็พนันได้เลยว่าติอาโก้จะมีบทบาทสำคัญในการทำเช่นนั้น