นีล วอร์น็อค ผู้จัดการทีมมากประสบการณ์ ประกาศ ไม่กลับไปรับงานคุมสโมสรอีกต่อไป หลังจากที่โลดแล่นในอาชีพนี้ 42 ปี โดยทีมสุดท้ายก็คือ มิดเดิ้ลสโบรช์ ที่แยกทางกันเมื่อปลายปีก่อน พร้อมกลับไปให้เวลากับครอบครัวมากขึ้นในช่วงบั้นปลาย

นีล วอร์น็อค กุนซือวัย 73 ปีประกาศยุติบทบาทการคุมทัพเพื่อใช้เวลาอยู่กับครอบครัว หลังจากรับตำแหน่งนายใหญ่มาอย่างยาวนาน 42 ปี ผ่านการคุมทีมมาทั้งหมด 16 สโมสร 1,603 แมตช์ พร้อมกับทำสถิตินำทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดแดนผู้ดี 8 ครั้ง ซึ่งถือว่ามากสุดเป็นประวัติการณ์ในลีกของประเทศ โดยที่ยังไม่มีใครทำลายได้

เทรนเนอร์จอมเก๋าเริ่มต้นคุม เกนส์โบโร่ ทรินิตี้ เป็นสโมสรแรก เมื่อปี 1980 หลังจากที่ค้าแข้งสมัยเป็นนักเตะมา 327 นัด ระหว่างปี 1967-1979 กับทีมอย่างเช่น เชสเตอร์ฟิลด์, ร็อตเธอร์แฮม ยูไนเต็ด, ฮาร์ทลี่พูล, สคันธอร์ป, บาร์นสลี่ย์, ครูว์ อเล็กซานดร้า ซึ่งเป็นสโมสรสุดท้ายก่อนขยับขึ้นมารับตำแหน่งเฮดโค้ช

โดยสโมสรดังที่เขาคุมทีม ไม่ว่าจะเป็น เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, คริสตัล พาเลซ, ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส, ลีดส์ ยูไนเต็ด และ มิดเดิ้ลสโบรช์ เป็นสโมสรสุดท้ายที่ได้ทำหน้าที่ แต่ก็ไม่สามารถอยู่จนครบสัญญาต้องแยกทางกันเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2021 ทำให้ยังว่างงานอยู่ จนล่าสุดเจ้าตัวออกมาประกาศจะไม่กลับไปทำงานนี้ 

" ผมแค่คิดว่ามันเป็นเวลาที่เหมาะสม จริงๆ แล้ว เมื่อใกล้จะสิ้นสุดฤดูกาล คงไม่มีงานที่คุณจะได้รับการเสนอเข้ามา " วอร์น็อค กล่าวกับรายการทีวี ซอคเกอร์ แซทเทอร์เดย์ " ผมรู้สึกสนุกกับสิ่งที่ไม่ได้ทำมาหลายปี ผมมีเวลามากมายกับครอบครัว สุนัขของผม และผมก็เริ่มปั่นจักรยานด้วย ผมไม่ได้สูญเสียความกระตือรือร้น แต่เมื่อเห็นเพื่อนบางคนที่มีปัญหาด้านสุขภาพ ถึงเวลาที่คุณต้องปล่อยแล้วให้เวลากับครอบครัว สนุกกับเวลาของคุณมากขึ้น โดยเฉพาะ ชารอน ภรรยาของผม "

นอกจากนี้ วอร์น็อค ยังกล่าวว่า การเป็นผู้จัดการทีม ถือเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัว เพราะเขามักจะนำงานกลับไปทำที่บ้านด้วย ไม่ว่าทีมจะอยู่อันดับสูงหรือต่ำ และเป็นเรื่องยากสำหรับภรรยาและลูกๆ ที่จะใช้ชีวิตแบบนี้ ซึ่งเวลานี้เขามีความสุขอย่างมากที่จะไม่ต้องทำแบบนี้อีกต่อไปแล้ว