แฮร์รี่ เคน ทำสองแอสซิสต์ให้คู่หู ซน ฮึง มิน ยิงสองประตูช่วยกันพา สเปอร์ส เปิดบ้านเอาชนะ เวสต์แฮม 3-1 แซงหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นที่ 5 ตามหลัง อาร์เซน่อล ที่อยู่ในโซนท็อปโฟร์ พรีเมียร์ ลีก อยู่ 3 แต้ม

ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2021-22 วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2565 เป็นเกมแย่งพื้นที่ท็อปโฟร์ 4 อันดับแรก เพื่อไปเล่นศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ระหว่าง "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เปิดสนามท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

GOAL นาทีที่ 9 เจ้าบ้าน สเปอร์ส ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะตัดบอลได้ในแดนทีมเยือน บอลมาถึง แฮร์รี่ เคน กระชากบอลมาในกรอบเขตโทษฝั่งขวาตวัดบอลเข้ากลางไปโดน เคิร์ท ซูม่า ในจังหวะสุดท้ายบอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไป

GOAL นาที 24 เจ้าบ้าน สเปอร์ส ขยับหนี 2-0 แฮร์รี่ เคน จ่ายบอลทะลุช่องให้ ซน ฮึง มิน หลุดขึ้นมาในกรอบเขตโทษ ก่อนจะสับหลอกแล้วยิงด้วยเท้าซ้ายสวนตัว ลูคัส ฟาเบียนสกี้ เข้าประตูไปอย่างเฉียบคม

GOAL นาที 35 ทีมเยือน เวสต์แฮม ไล่มา 1-2 อารอน เครสส์เวลล์ เปิดเตะมุมฝั่งขวามาในกรอบเขตโทษให้ เคร็ก ดอว์สัน โหม่งบอลเช็ดมาที่เสาสองมาถึง ซาอิด เบนราห์ม่า จับบอลลงแล้วซัดด้วยเท้าขวาบอลเบียดเสาเข้าประตูไป 

GOAL นาที 88 เจ้าบ้าน สเปอร์ส นำห่าง 3-1 อูโก้ โยริส สาดบอลยาวจากหน้าเขตโทษแดนตัวเองมาให้ แฮร์รี เคน โหม่งบอลต่อให้ ซน ฮึง มิน รับบอลหลุดเดี่ยวยิงสวน ลูคัส ฟาเบียนสกี้ เข้าประตูไป 

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม 90 นาที ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เปิดบ้านเอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ 3-1 แซง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ตามพื้นที่ตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อันดับ 4 อย่าง อาร์เซน่อล อยู่ 3 คะแนน และแข่งมากกว่า 1 เกม ส่วนทีม "ขุนค้อน" หล่นมารั้งอันดับ 7     

ผู้เล่นตัวจริง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (ระบบการเล่น 3-4-2-1) : อูโก้ โยริส (ผู้รักษาประตู / กัปตันทีม) - คริสเตียน โรเมโร่, เอริก ดายเออร์, เบน เดวิส - แมตต์ โดเฮอร์ตี้, โรดริโก้ เบนตานกูร์, ปิแอร์-เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก, เซร์คิโอ เรกีล่อน - เดยัน คูลูเซฟสกี้, ซน ฮึง มิน - แฮร์รี่ เคน

ผู้เล่นตัวจริง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (ระบบการเล่น 4-2-3-1) : ลูคัส ฟาเบียนสกี้ (ผู้รักษาประตู) - เบน จอห์นสัน, เคร็ก ดอว์สัน, เคิร์ท ซูม่า, อารอน เครสส์เวลล์ - โทมัส ซูเช็ค, เดแคลน ไรซ์ (กัปตันทีม) - อาร์ตู มาซูอากู, มานูเอล ลันซินี่, ซาอิด เบนราห์ม่า - มิคาอิล อันโตนิโอ