ลิเวอร์พูล ที่นำ 2-0 ครึ่งแรก แต่มาเหนื่อยครึ่งหลังโดน คริสตัล พาเลซ บดเข้าใส่ จนทำประตูตีไข่แตก ก่อนจะมาได้ ฟาบินโญ่ ซัดลูกจุดโทษ เอาชนะไปได้แบบโล่งอก 3-1 ไล่ตาม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เหลือ 9 แต้ม แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2021-2022 ประจำวันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2022 ที่สนาม เซลเฮิร์สท์ พาร์ค เป็นการเจอกัน ระหว่าง คริสตัล พาเลซ ทีมอันดับ 13 ที่เพิ่งบุกไปเสมอ ไบรท์ตัน 1-1 ในเกมล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 2 เกมแล้ว มี 24 คะแนน จาก 21 นัด เปิดบ้านรับการมาเยือน ลิเวอร์พูล รองจ่าฝูง ที่เปิดรังถล่ม เบรนท์ฟอร์ดขาดลอย 3-0 ในเกมลีกล่าสุด มี 45 คะแนน จาก 21 เกม ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงอยู่ 12 คะแนน แต่แข่งน้อยกว่า 2 นัด

GOAL นาที 8 หงส์แดง ได้ประตูออกนำ 1-0 จากจังหวะเตะมุมทางฝั่งซ้าย แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เปิดมาที่เสาแรก เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค วิ่งมาจากบริเวณจุดโทษ โดยไม่มีใครตามประกบแล้วโหม่งเต็มศีรษะเข้าประตูไป บิเซนเต้ กวยต้า นายด่านเจ้าถิ่น ได้แต่ป้องกันด้วยสายตา

GOAL นาที 32 เร้ด แมชชีน ได้ประตูหนีไปเป็น 2-0 บอลมาทางด้านซ้าย แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เปิดข้ามฟากมาในกรอบเขตโทษด้านซ้าย บอลเลย โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ที่พยายามโหม่ง แต่ไปถึง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน พักบอลด้วยอกแล้ววอลเลย์ด้วยซ้ายเข้าไป ก่อนที่จะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ 

GOAL นาที 55 ปราสาทเรือนแก้ว ได้ประตูตีไข่แตกไล่มา 1-2 จากจังหวะที่ เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ ลากบอลจากกลางสนามแล้วจ่ายตัดแผงหลัง ลิเวอร์พูล มาให้ ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า ที่ไม่ล้ำหน้า ก่อนจะไหลมาทางด้านซ้ายให้  อ็อดซอนน์ เอดูอาร์ แปเข้าไปง่ายๆ 

GOAL นาที 89 เครื่องจักรสีแดง ได้ประตูนำห่าง 3-1 จากการยิงจุดโทษของ ฟาบินโญ่ ซัดไปด้านขวา บิเซนเต้ กวยต้า พุ่งไปผิดทาง โดยจุดโทษมาจากการหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษของ ดิโอโก้ โชต้า แล้ว กวยต้า เข้าไปชนในจังหวะที่ โชต้า แตะบอลหนี ผู้ตัดสินขอดู วีเออาร์ แล้วเป่าให้เป็นจุดโทษ

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม 90 นาที  ลิเวอร์พูล บุกชนะ คริสตัล พาเลซ 3-1 มีเพิ่มเป็น 48 แต้ม จาก 22 นัด ยังรั้งอันดับ 2 ของตาราง ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เหลือ 9 แต้ม แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด ส่วน ดิ อีเกิ้ลส์ มี 24 แต้มเหมือนเดิม รั้งอันดับ 13 

ผู้เล่นตัวจริง คริสตัล พาเลซ (ระบบการเล่น 4-3-3) : บิเซนเต้ กวยต้า (ผู้รักษาประตู) - โจเอล วอร์ด (กัปตันทีม), โยอาคิม อันเดอร์เซ่น, มาร์ค เกฮี, ไทริค มิทเชลล์ - คอเนอร์ กัลลาเกอร์, วิลล์ ฮิวจ์ส, เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ - ไมเคิ่ล โอลิเซ่, ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า, อ็อดซอนน์ เอดูอาร์

ผู้เล่นตัวจริง ลิเวอร์พูล (ระบบการเล่น 4-3-3) : อลิสซอน เบ็คเกอร์ (ผู้รักษาประตู)- เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจเอล มาติป, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - จอร์แดน เฮนเดอร์สัน(กัปตันทีม), ฟาบินโญ่, เคอร์ติส โจนส์ - อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ดิโอโก้ โชต้า