เซาธ์แฮมป์ตัน ต้องทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หยุดสถิติชนะ 12 นัดติดในลีกไปเสียแล้ว หลังเปิดบ้านยันเสมอ 1-1 โดย นักบุญได้ประตูขึ้นนำก่อนจาก ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส จากนั้น เรือใบ บดอย่างหนักจนมาได้ประตูตีเสมอจาก อายเมริค ลาปอร์กต แต่ทำได้เพียงเท่านั้น

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2021-2022  ประจำวันเสาร์ที่ 22 มกราคม 2022 ที่สนาม เซนต์ แมรี่ส์ เป็นการเจอกัน ระหว่าง เซาธ์แฮมป์ตัน ทีมอันดับ 12 ที่เพิ่งบุกไปแพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-3 เป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 6 เกมรวมทุกรายการมี 24 คะแนน จาก 21 นัด เปิดบ้านรับการมาเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูง ที่เปิดรังเบียดชนะ เชลซี 1-0 ในเกมล่าสุด เป็นการคว้าชัย 12 เกมลีกติดต่อกัน มี 56 คะแนน จาก 22 เกม นำ ลิเวอร์พูล อันดับ 2 ห่าง 11 แต้ม แต่แข่งมากกว่า 1 นัด

GOAL นาที 7 นักบุญ ได้ประตูออกนำ 1-0 จากจังหวะที่ เนธาน เร้ดมอนด์ โยนบอลข้ามฟากมายังฝั่งขวาให้กับ ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส ลากบอลเข้ามาในแดนของทีมเยือนแล้วจ่ายไปให้  โอริโอล โรเมว ตบบอลกลับคืนมาให้ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส จับบอลด้วยซ้ายแล้วดีดด้วยขวาเข้าเสาไกลไปอย่างสวยงาม และเป็นประตูเดียวที่เกิดขึ้นในครึ่งแรก

GOAL นาที 65 เรือใบสีฟ้า ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ เปิดลูกฟรีคิกทางฝั่งขวา บอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ แล้วเป็น อายเมริค ลาปอร์กต์ โหม่งกดลงพื้นที่เสาสองเข้าไปตุงตาข่าย โดยที่ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ นายทวารเจ้าบ้านหมดสิทธิ์ป้องกัน

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม 90 นาที  เซาธ์แฮมป์ตัน เปิดบ้านเสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 มีเพิ่มเป็น 25 แต้ม รั้งอันดับ 12 ของตาราง ส่วน เรือใบสีฟ้า หยุดสถิติชนะ 12 นัดรวดในเกมลีก แต่ยังมีเพิ่มเป็น 57 แต้ม นำ ลิเวอร์พูล อันดับสองห่าง 12 แต้ม แต่แข่งมากกว่า 2 นัด

ผู้เล่นตัวจริง เซาธ์แฮมป์ตัน (ระบบการเล่น 4-4-2) : เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ (ผู้รักษาประตู)- ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส, ยาน เบดนาเร็ค, โมฮาเหม็ด ซาลิซู, โรแม็ง แปร์กโรด์ - เนธาน เร้ดมอนด์, เจมส์ วอร์ด-เพร้าส์(กัปตันทีม), โอริโอล โรเมว, อดัม อาร์มสตรอง - เช อดัมส์, อาร์มานโด้ โบรย่า  

ผู้เล่นตัวจริง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (ระบบการเล่น 4-3-3 ) : เอแดร์ซอน โมราเอส (ผู้รักษาประตู)-- ไคล์ วอล์คเกอร์, รูเบน ดิอ๊าส(กัปตันทีม), อายเมริค ลาปอร์กต์, ชูเอา กานเซโล่ - แบร์นาร์โด้ ซิลวา, โรดรี เอร์นานเดซ , เควิน เดอ บรอยน์ - ราฮีม สเตอร์ลิง, ฟิล โฟเด้น, แจ็ค กรีลิช