กีฬาไทยเฮ! พ.ร.ก.สารต้องห้ามผ่านมติรัฐสภา แม้ฝ่ายค้านเบรกเหตุเป็นการเสนอ พ.ร.ก.โดยมิชอบ ควรให้กลับไปมาเป็น พ.ร.บ.อีกครั้ง ส่วน ผู้ว่าฯ กทท.เปิดเผย “วาดา” พอใจไทยแก้กฎหมาย คาดปลดโทษแบน ก.พ.นี้ หลัง "วาดา"​ นำเสนอบอร์ดพิจารณาเสร็จ

ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2565 มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกหลังปีใหม่ โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม แม้จะมีสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลหลายคนถูกกักตัว เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ แต่สามารถเปิดประชุมได้ มีสมาชิกเซ็นชื่อเข้าร่วมประชุม 317 คน ถือว่าครบองค์ประชุม จากจำนวนส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ในขณะนี้ 473 คน ส่วนการประชุมพิจารณาร่างกฎหมายต่างๆ ในช่วงเช้าเป็นไปอย่างราบรื่น

ในช่วงบ่าย เวลา 13.00 น. เป็นการพิจารณา พ.ร.ก.กำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 7)พ.ศ.2564 ตามที่ครม.เสนอ ซึ่งการอภิปรายเป็นไปอย่างราบรื่น ที่ประชุมลงมติอมุมัติพร.ก.ดังกล่าว จากนั้นเข้าสู่วาระการพิจารณา พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา ตามที่ครม.เสนอมา

ทาง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงถึงเหตุผลว่า มีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับสารต้องห้ามทางการกีฬาให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับมาตรฐานสากลในอนุสัญญาระหว่างประเทศ โดยสมาชิกส่วนใหญ่เห็นด้วยกับพ.ร.ก.ดังกล่าว เพื่อปลดล็อกประเทศไทยจากการถูกแบนโดยองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (WADA) จึงถือเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่มีการตำหนิภาครัฐที่ทำงานล่าช้าแก้ไขกฎหมายสารกระตุ้น ทำให้ถูกลงโทษไม่สามารถใช้ธงชาติไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติได้

“หากไม่มีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน จะส่งผลกระทบต่อการจัดการแข่งขันกีฬาระดับชาติและระดับนานาชาติ ที่ประเทศไทยได้รับสิทธิ์จัดการแข่งขันมาแล้ว และมีกำหนดจะจัดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้หลายรายการ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงทั้งทางตรงและทางอ้อม และจะทำให้ไทยไม่สามารถเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาในระดับชาติและระดับนานาชาติใดๆ ที่มีผลประโยชน์ตอบแทนต่อระบบเศรษฐกิจประเทศสูง”นายพิพัฒน์ กล่าว

จากนั้น ประธานฯ ได้เปิดให้สมาชิกอภิปราย โดยนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เนื้อหาในพ.ร.ก. ไม่มีใครคัดค้าน แต่ติดใจเรื่องการทำงานของการกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.) และกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ที่ล่าช้าเรื่องแก้ไขกฎหมายสารกระตุ้น จนไม่สามารถใช้ธงชาติไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติได้ แม้ "วาดา" เตือนประเทศไทยมาเป็นปีๆ แล้ว และไม่มีคำขอโทษจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเลย

ด้าน นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ฝ่ายค้านไม่สบายใจที่พ.ร.ก.ดังกล่าวออกโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไม่เข้าเงื่อนไขการออก พ.ร.ก. จึงไม่อยากมีส่วนร่วมกระทำผิดอนุมัติ พ.ร.ก.ฉบับนี้ ฝ่ายค้านไม่สามารถอนุมัติให้ได้ ทางออกที่ดีคือ ขอให้เสนอกลับเข้ามาเป็นพ.ร.บ.อีกครั้ง ฝ่ายค้านพร้อมให้ตั้งคณะกรรมาธิการเต็มคณะพิจารณา 3 วาระรวดให้ความเห็นชอบในวันเดียว เพื่อความรวดเร็ว

ส่วนเนื้อหาในพ.ร.ก.ที่ระบุว่าให้จัดตั้ง สำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา เป็นหน่วยงานใน กกท.ที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติงานนั้น ยังไม่ถือว่า เป็นหน่วยงานอิสระจริงๆ เพราะยังอยู่ภายใต้กกท. จะอิสระได้อย่างไร "วาดา" จะให้การยอมรับหรือไม่

นายก้องศักดิ์ ยอดมณี ผู้ว่ากกท. ชี้แจงว่า หลังจากเกิดปัญหาขึ้น กกท.ได้ประสานงานกับ "วาดา" อย่างใกล้ชิดมาตลอด เพื่อแก้ปัญหา กรณีสำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามที่ยังอยู่ในกกท.นั้น ไม่เป็นปัญหา เพราะ "วาดา" ไม่ได้เข้มงวดถึงขั้นให้ตั้งเป็นองค์กรอิสระ แค่ให้มีอิสระการทำงาน

ทั้งนี้ กกท. ได้ส่งเนื้อหา พ.ร.ก.ที่แก้ไขให้ "วาดา" ตรวจสอบแล้ว ซึ่ง "วาดา" ก็ยอมรับในพ.ร.ก. และเตรียมเสนอปลดโทษแบนประเทศไทยต่อ คณะกรรมการบริหาร "วาดา"​ในวันที่ 2 ก.พ.นี้ ถ้าได้รับการอนุมัติ ประเทศไทยจะกลับมาเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ และใช้ธงชาติได้เหมือนเดิม

หลังจากสมาชิกอภิปรายครบถ้วนทุกคนแล้ว ที่ประชุมลงมติอนุมัติ พ.ร.ก.ดังกล่าว ด้วยคะแนน 230 ต่อ 118 งดออกเสียง 3 ไม่ลงคะแนน 2