ทำเอาห้องแต่งตัวทีมน้องใหม่คอโมโรสได้เฮกันสุดเหวี่ยงหลังเบียดเอาชนะกาน่า 3-2 มีลุ้นเข้ารอบน็อคเอาท์และทำทัพแบล็คสตาร์ส ตกรอบแบ่งกลุ่มแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2006

           คอโมโรส ซึ่งเพิ่งลงเล่น แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ เป็นครั้งแรกสร้างเรื่องสุดช็อคครั้งนึงในประวัติศาสตร์ของทัวร์นาเมนต์ด้วยการเขี่ยแชมป์สี่สมัยอย่างกาน่าตกรอบแรก เมื่อคืนที่ผ่านมา (อังคารที่ 18 มกราคม 2565) เกมนี้ เอล ฟาร์ดู เบน นาบูฮาน กองหน้าของประเทศจากหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย ทำให้ทีมขึ้นนำในนาทีที่ 4 ก่อนที่กาน่าจะเหลือผู้เล่น 10 คนเมื่ออดีตผู้เล่นของสวอนซีอย่างอองเดร อายิว โดนใบแดงตรงไล่ออกจากสนามในครึ่งแรก

           อาห์เมด มอกนี่ ยิงให้คอโมโรส ขึ้นนำ 2-0 ก่อนที่ทัพแบล็กสตาร์สจะยิงคืน 2 ลูกรวด แต่มอกนี่ กองกลางมากประสบการณ์ ยิงประตูที่ 2 ของเขาในเกมนี้ในนาทีที่ 85 ทำให้ทีมเอาชนะไป 3-2 และถีบกาน่าตกรอบแบ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2006 ผลการแข่งขันดังกล่าวในกลุ่ม C ทำให้มีการฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยงในห้องแต่งตัวคอโมโรสเมื่อทีมอยู่ในอันดับที่ 132 ทำประตูในรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพวกเขาและยังเป็นชัยชนะครั้งแรกของพวกเขา

          และยิ่งน่าเหลือเชื่อเข้าไปใหญ่เพราะตอนนี้คอโมโรสอาจผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้ในฐานะหนึ่งในสี่ทีมที่มีอันดับสามที่ดีที่สุด พวกเขาจะต้องรอผลการแข่งขันในนัดสุดท้ายของการแข่งขันโดยสองทีมนำจากแต่ละกลุ่มจะผ่านเข้ารอบโดยอัตโนมัติ แม้ว่าความพ่ายแพ้ในวันอังคารจะถือเป็นจุดต่ำสุดครั้งใหม่ของกาน่า แต่ผลงานที่ไม่สม่ำเสมอของพวกเขาก็ทำให้เกิดความกังวลในช่วงก่อนเกม

          ความพ่ายแพ้ต่อโมร็อกโก 1-0 ของพวกเขาก่อนเสมอ 1-1 กับกาบอง ทำให้ลูกทีมของมิโลวาน ราเยวัช อดีตกุนซือทีมชาติไทยจบอันดับด้วยการเป็นบ๊วยของกลุ่มแม้จะมีความพยายามอย่างเต็มที่หลังการโดนไล่ออกในนาทีที่ 25 ของอายิว พวกเขาล้มเหลวในการคว้าแชมป์ AFCON มาตั้งแต่ปี 1982 ทำให้ราเยวัชตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักหลังจากกลับมาคุมทีมคำรบสองเมื่อเดือนกันยายน กุนซือชาวเซิร์บเป็นคนที่นำทัพแบล็ค สตาร์ส ไปสู่รอบชิงชนะเลิศในปี 2010 และเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลกในปีเดียวกันนั้น แต่ตอนนี้เขาทำได้แค่นำพวกเขาผ่านเข้าสู่รอบเพลย์ออฟของแอฟริกาสำหรับฟุตบอลโลกปีนี้

           ในขณะเดียวกันเกมอื่นๆ ในวันอังคารโมร็อกโก คัมแบ็คจากตามหลังสองครั้งมาเสมอ 2-2 กับกาบองและรักษาตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่ม C และนาบี เกอิต้า ทำประตูมหัศจรรย์ให้กับกินีและผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย แม้จะแพ้ในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มก็ตาม โดยกองกลางลิเวอร์พูลรายนี้ทำประตูปลอบใจให้ทีมแพ้ซิมบับเวที่ตกรอบไปแล้ว 2-1 และกินีก็คว้าอันดับสองในกลุ่ม B ด้วยคะแนนสี่แต้ม หลังจากที่เกมก่อนหน้านี้เอาชนะมาลาวีและเสมอเซเนกัลแบบไร้สกอร์ แต่นักเตะวัย 26 ปีรายนี้จะไม่ได้ลงเล่นเนื่องจากติดโทษแบน โดยได้รับใบเหลืองใบที่สองในนาทีที่ 90

           ส่วนเซเนกัลของซาดิโอ มาเน่ ไม่สามารถทำประตูได้อีกครั้งแต่โชคดีที่ไม่เสียจุดโทษในเกมที่เสมอกับมาลาวี 0-0 แต่สิงโตแห่งเตรังก้าก็ยังจบด้วยการเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม B มี 5 คะแนนแม้ว่าจะยิงแค่ประตูเดียวจากสามเกมจากจุดโทษในช่วงท้ายเกมของมาเน่ ในเกมกับซิมบับเว ซึ่งเป็นเกมนัดแรกของพวกเขาสำหรับรอบแบ่งกลุ่มนี้ ทำให้มาลาวีและกินีมี 4 แต้มเท่ากัน แต่กินีคว้าอันดับ 2 จากกฏเฮดทูเฮด ทำให้มาลาวีต้องลุ้นเข้ารอบในฐานะหนึ่งในสี่ทีมที่มีอันดับ 3 ดีที่สุดต่อไป