มีรายงานข่าวว่า ดาวเตะแชมป์ลีกที่เคยตกเป็นเป้าหมายของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังจะกลายเป็นการเซ็นสัญญารายแรกของนิวคาสเซิลในยุคเจ้าของใหม่

          นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด บรรลุข้อตกลงในการเซ็นสัญญากับคีแรน ทริปเปียร์ ปราการหลังของแอตเลติโก้ มาดริด ด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ ตามรายงานของ Sky Sports News ทั้งนี้ทัพเดอะ แม็กพาย ได้ทำข้อตกลงกับเจ้าของแชมป์ลา ลีก้า เพื่อเซ็นสัญญากับทีมชาติอังกฤษให้เสร็จสิ้นภายในเดือนนี้

          รายงานดังกล่าวเผยว่า เงื่อนไขส่วนตัวกับตัวนักเตะไม่ถือว่ามีปัญหาแต่อย่างใด และตอนนี้ทริปเปียร์จะเดินทางไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษเพื่อตรวจร่างกายให้เสร็จสิ้นก่อนจะย้ายไปร่วมทีมนิวคาสเซิล โดยแบ็คขวาวัย 31 ปีจะกลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่กองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ (PIF) ซึ่งเป็นกลุ่มทุนจากประเทศซาอุดีอาระเบียเซ็นสัญญาให้กับนิวคาสเซิล หลังจากที่แนวรับคือพื้นที่สำคัญที่เอ็ดดี้ ฮาว กุนซือนิวคาสเซิลกระตือรือร้นที่จะเสริมความแข็งแกร่งในช่วงตลาดนักเตะเดือนนี้

          แบ็คขวาทีมชาติอังกฤษไม่ได้ไปซ้อมที่สเปนเมื่อเช้าวันอังคารที่ 4 มกราคม 2565 และตอนนี้มีกำหนดตรวจร่างกายกับนิวคาสเซิล โดยที่ Sportsmail รายงาานว่าทัพสาลิกาดงตัดสินใจควักเงิน 12 ล้านปอนด์บวกโบนัสอีก 3 ล้านปอนด์สำหรับแข้งวัย 31 ซึ่งจะกลายเป็นนักเตะที่รับค่าเหนื่อยสูงสุดของสโมสรด้วยค่าจ้างประมาณ 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ข่าวยังรายงานว่า ทริปเปียร์ ต้องการใกล้ชิดกับครอบครัวมากขึ้น และกระตือรือร้นที่จะร่วมงานกับเอ็ดดี้ ฮาว ที่เซ็นสัญญากับเขาเป็นครั้งแรกให้เบิร์นลีย์เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว

          เช่นเดียวกับแบ็คไลน์ กองกลางและตัวรุกตัวกลาง อาจถูกนำมาเสริมทัพให้กับนิวคาสเซิล หลังจากที่คาดว่า คัลลั่ม วิลสัน อาจต้องพักเกือบทั้งฤดูกาลหลังจากได้รับบาดเจ็บที่น่องในเกมที่พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การมาถึงของทริปเปียร์จะถือว่าเป็นยุคใหม่ของนิวคาสเซิล โดยแม้กองหลังคนเดียวอาจดูไม่เพียงพอที่จะแก้ปัญหาของสโมสร แต่มันบ่งบอกว่าทัพทูนอาร์มี่มีพลังดึงดูดในการเซ็นสัญญากับนักเตะบิ๊กเนมในเดือนนี้

          ทริปเปียร์ นักเตะที่เคยเข้าชิงยูโร 2020 กับทีมชาติอังกฤษ ถือเป็นการเสริมทีมที่ยอดเยี่ยมสำหรับนิวคาสเซิล และเป็นตัวอย่างสำหรับประเภทของผู้เล่นที่ทัพสาลิกาดงควรเซ็นสัญญามาในเดือนมกราคม กองหลังรายนี้เป็นที่ชื่นชอบในหมู่กองเชียร์แอตเลติโก้ มาดริด เมื่อฤดูกาลที่แล้วในการคว้าแชมป์ลีกของพวกเขา และแฟนๆ นิวคาสเซิล ก็จะต้องตื่นเต้นอย่างแน่นอนที่จะได้เห็นสิ่งที่ทริปเปียร์สามารถนำมาสู่ตำแหน่งฟูลแบ็คได้