คริสเตียน อีริคเซ่น อดีตกองกลางอินเตอร์ มิลานและท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ออกมาเผยว่า เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองนั้นตายไปแล้ว 5 นาทีระหว่างเกมยูโร 2020 เมื่อปีที่แล้ว

           คริสเตียน อีริคเซ่น พูดถึงภาวะหัวใจหยุดเต้นที่เขาประสบระหว่างการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 ซึ่งทำให้เจ้าตัวแทบเอาชีวิตไม่รอด โดยกองกลางรายนี้ล้มลงระหว่างการแข่งขันนัดแรกของทัวร์นาเมนท์ดังกล่าวที่เดนมาร์ก และได้รับการปฐมพยาบาลนานเกือบครึ่งชั่วโมงในสนาม ต่อมาได้เกิดภาพประทับใจที่ผู้เล่นทีมชาติเดนมาร์กยืนเรียงกันเป็นกำแพงล้อมรอบอีริคเซ่น เพื่อไม่ให้เกิดภาพสะเทือนใจออกไปถึงผู้ชมทั่วโลก และกลายเป็นหนึ่งในภาพแห่งปี

           อดีตแข้งอินเตอร์ มิลานและท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ เปิดเผยว่าหัวใจของเขาหยุดเต้นราวๆ 5 นาทีระหว่างประสบการณ์ดังกล่าว ก่อนที่เขาจะได้รับการช่วยชีวิตโดยทีมแพทย์ อีริคเซ่นรอดชีวิตมาได้และรอดพ้นความเสียหายอย่างถาวรทางด้านร่างกายใดๆ ได้อย่างปาฏิหาริย์แม้ว่าอาชีพค้าแข้งของเขาจะตกอยู่ในอันตรายหลังต้องฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้า ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ของเดนมาร์ก นักเตะวัย 29 ปีกล่าวว่าปฏิกิริยาจากแฟน ๆ นั้น “พิเศษมากๆ” และทำให้เขา “มีความสุขมาก”

           "มันวิเศษมากที่หลายคนรู้สึกว่าจำเป็นต้องเขียนหรือส่งดอกไม้มา" อีริคเซ่น กล่าวกับ DR 1 สื่อของเดนมาร์ก "มันส่งผลต่อคนจำนวนมากและพวกเขารู้สึกว่าจำเป็นต้องทำให้ผมและครอบครัวของผมรู้ ผมมีความสุขมาก" “ที่โรงพยาบาล พวกเขาบอกตลอดว่า ผมจะได้รับดอกไม้มากขึ้นเรื่อยๆ” “มันแปลกเพราะไม่คิดว่ามีคนมาส่งดอกไม้มาให้ เพราะผมตายไปแล้วห้านาที” “มันค่อนข้างพิเศษ แต่มันก็ดีกับทุกคนและมันช่วยได้มากสำหรับผมที่ได้รับความปรารถนาดีทั้งหมดเหล่านั้น”

          อีริคเซ่น ยืนยันว่าความสำคัญอันดับหนึ่งของเขาในตอนนี้คือการเล่นฟุตบอลโลก ปีนี้ที่กาตาร์ แม้ว่าสัญญาของเขาที่อินเตอร์จะสิ้นสุดลงเมื่อเดือนที่แล้ว เนื่องจากกฎของเซเรีย อาที่ไม่อนุญาตให้ผู้เล่นที่ฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจเล่น แต่อีริคเซ่น ยืนยันว่าสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของเขาคือการทำให้แน่ใจว่าเขาสามารถเล่นในฟุตบอลโลกปีนี้ได้

           “เป้าหมายของผมคือการได้เล่นฟุตบอลโลกที่กาตาร์ ผมต้องการเล่น” เขากล่าว “นั่นคือความคิดของผมมาโดยตลอด มันคือเป้าหมาย มันคือความฝัน ผมจะถูกเลือกหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง” “แต่มันเป็นความฝันของผมที่จะกลับมา ผมแน่ใจว่าผมสามารถกลับมาได้เพราะผมไม่รู้สึกว่าจะมีอะไรแตกต่างไป” “ทางกายภาพ ผมกลับมาอยู่ในสภาพที่ดี นั่นคือเป้าหมายของผมและยังเหลือเวลาอีกสักระยะ ดังนั้นจนกว่าจะถึงตอนนั้น ผมจะเล่นฟุตบอลและพิสูจน์ว่าผมกลับมาอยู่ในระดับเดิม”