ทีมชาติไทย พร้อมปิดจ็อบเผด็จศีก “อิเหนา” อินโดนีเซีย รอบชิงชนะเลิศ นัดที่สอง  พร้อมได้ ธีราทร บุญมาทัน พ้นโทษแบนกลับประจำการยืนแบ็คซ้ายผนึกกำลัง ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ ธีรศิลป์ แดงดา วันนี้ (1 ม.ค.)  ช่อง 7 HD และช่อง AIS Play ยิงสด เวลา 19.30 น.

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน "เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020" ที่ประเทศสิงคโปร์ รอบชิงชนะเลิศ นัดที่สอง ประจำวันเสาร์ที่ 1 ม.ค.65 ที่สนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ เวลา 19.30 น. เป็นเกมคู่ระหว่าง พลพรรค "ช้างศึก" ทีมชาติไทย พบกับ ทัพ "การูด้า" ทีมชาติอินโดนีเซีย โดยในนัดแรก ทีมชาติไทย เก็บผลงานได้สวยหรูถล่มไป 4-0 ตุนสกอร์เปรียบจ่อเข้าป้ายแชมป์ สมัยที่ 6 

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม
29 ธ.ค.64  ซูซูกิ คัพ 2020  อินโดนีเซีย0-4 ไทย
3 มิ.ย.64   คัดบอบโลก ไทย 2-2  อินโดนีเซีย
10 ก.ย.62  คัดบอบโลก อินโดนีเซีย 0-3  ไทย
17 พ.ย.61 ซูซูกิ คัพ ไทย 4-2  อินโดนีเซีย
17 ธ.ค.59 ซูซิกิ คัพ  ไทย2-0 อินโดนีเซีย

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ ทีมชาติไทย 
29 ธ.ค.64  ซูซูกิ คัพ ไทย 4-0 อินโดนีเซีย
26 ธ.ค.64  ซูซูกิ คัพ ไทย 0-0 เวียดนาม 

23 ธ.ค.64.  ซูซูกิ คัพ ไทย 2-0 เวียดนาม
18 ธ.ค.64   ซูซูกิ คัพ ไทย 2-0 สิงคโปร์
14 ธ.ค.64   ซูซูกิ คัพ  ไทย 2-1ฟิลิปปินส์ 

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ อินโดนีเซีย

29 ธ.ค.64  ซูซูกิ อินโดนีเซีย 0-4 

25 ธ.ค.64  ซูซูกิ คัพ  อินโดนีเซีย 2-2 สิงคโปร์ 2-2 (ต่อเวลา 30 นาที อินโดฯ ชนะ 4-2)

22 ธ.ค.64  ซูซูกิ คัพ  อินโดนีเซีย 1-1 สิงคโปร์

19 ธ.ค.64  ซูซูกิ คัพ อินโดนีเซีย 4-1 มาเลเซีย 

15 ธ.ค.64  ซูซูกิ คัพ อินโดนีเซีย 0-0 เวียดนาม 

ความพร้อมของทั้งสองทีม

ทีมชาติไทย ที่มี "มาโน่ โพลกิ้ง" คุมทัพ โดยมี "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ เป็นผู้จัดการทีม เกมนี้น่าจะมีการปรับทัพอีกครั้ง และจะเล่นด้วยความไม่ประมาทแน่นอนแม้จะตุนสกอร์อยู่ แถมได้ข่าวดีเมื่อ ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายตัวหลักพ้นโทษแบนจะกลับมายืนประจำการอีกครั้ง เช่นเดียวกับ มานูเอล ทอม เบียรห์ กองหลังตัวเก่งที่ได้พักเต็ม ๆ ในเกมล่าสุด เตรียมกลับมาออกสตาร์ตจับคู่กับ กฤษดา กาแมน เช่นเดิม รวมถึงในรายของ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ชพร้อมกลับมาลงเล่นแบ็คขวาอีกครั้ง
 
ขณะที่แดนกลางสารัช อยู่เย็น และธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร ที่ได้พักไป พร้อมลงตัวจริงในเกมนี้เช่นเดียวกัน ส่วนระบบการเล่นคาดว่าจะกลับมาใช้ 4-4-2 อีกครั้ง หลังจากเกมนัดแรกใช้ 4-2-3-1 โดยสองกองหน้าคาดว่าจะยังใช้ ธีรศิลป์ แดงดา จับคู่กับ สุภโชค สารชาติ เช่นเดิม ส่วนในรายของ เจนภพ โพธิ์ขี ที่ยังไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลยในทัวร์นาเมนต์นี้อาจมีโอกาสลงเล่นในช่วงครึ่งหลัง
 
ด้านอินโดนีเซีย ที่มี "ชิน แท ยอง" คุมทัพ เกมนี้ไม่มีอะไรจะเสีย พร้อมส่งชุดที่ดีที่สุดลงเล่นแน่นอน วางระบบ 4-2-3-1 นำโดย อิรฟาน จายา ดาวซัลโวของทีมที่ยิงไปแล้ว 3 ประตู ขณะที่เกมแดนกลาง รัคมัต อีร์ยานโต มิดฟิลด์เชิงสูงพร้อมคุมเกมเช่นเดิม ประสานงานกับ ริคกี้ กัมบัวยา รวมทั้ง วิตัน ซูเลมาน ตัวรุกที่โชว์ผลงานได้ยอดเยี่ยมช่วงที่ผ่านมา

11 ผู้เล่นของทีมชาติไทย ที่คาดว่าน่าจะลงของทีมชาติไทย 

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (ผู้รักษาประตู), มานูเอล ทอม เบียรห์, กฤษดา กาแมน, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, ธีราทร บุญมาทัน, สารัช อยู่เย็น, พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, ธนวัตน์ ซึ้งจิตถาวร, ชนาธิป สรงกระสินธ์, สุภโชค สารชาติ, ธีรศิลป์ แดงดา  

 เกร็ดที่น่าสนใจ

  • สถิติตลอดกาลการเจอกันในเวทีชิงแชมป์อาเซียน พบกันทั้งหมด 13 ครั้ง ไทย ชนะ 10 นัด, อินโดนีเซีย ชนะ 3 นัด โดยผู้ทำประตูใส่อินโดนีเซียได้มากที่สุดของรายการนี้จำนวน 5 ลูกเท่ากันมี 2 คนนั่นคือ "โค้ชโย่ง" วรวุธ ศรีมะฆะ ที่ปัจจุบันคุมทีมชาติไทย ชุด ยู-23 ปี และ "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา แถมยังมีโอกาสยิงใส่แข้งการูด้าแซงหน้า "โค้ชโย่ง" ในรอบชิงชนะเลิศหนนี้อีกด้วย