“เตอร์” วีระเทพ ป้อมพันธุ์ กองกลางทีมชาติไทย เผยความฝันต่อไปในชีวิตค้าแข้ง อยากออกไปค้าแข้งในลีกต่างประเทศ เพื่อเดินหน้ารอยรุ่นพี่ อย่าง ธีราทร และ ชนาธิป และเพื่อนำประสบการณ์มาค้าช่วยทีมชาติไทยในอนาคต 

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ที่ผ่านมา สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน จัดงานแถลงข่าวก่อนการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 รอบชิงชนะเลิศ เลกสอง คู่ระหว่าง ทีมชาติไทย กับ ทีมชาติอินโดนีเซีย โดยการแถลงข่าวครั้งนี้ ทางทีมชาติไทยได้ส่ง มาโน่ โพลกิ้ง หัวหน้าผู้ฝึกสอน พร้อมด้วย วีระเทพ ป้อมพันธุ์ ผู้เล่น ของทีมชาติไทยเข้าร่วมการแถลงข่าว

ด้าน “เตอร์” วีระเทพ ป้อมพันธุ์ กองกลางทีมชาติไทย เผยว่า  "สำหรับตัวผม เป็นประสบการณ์ที่ดี และเป็นแนวทางที่ดีในการต่อยอด เพราะในทีมทั้งรุ่นพี่และทุกคนต่างมีคุณภาพทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น พี่มุ้ย พี่เจ พี่อุ้ม พี่ตังค์ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ และนี่เป็นรายการแรกของผมในนามทีมชาติ มันก็ตื่นเต้น ผมมีความฝันที่จะได้ออกมาเล่นในนามทีมชาติสักครั้ง จากผลงานที่ผ่านมา เมื่อได้รับมอบหมาย ไม่ว่าจะทำอะไร ผมก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด เมื่อลงไป คิดอย่างเดียวคือทำให้ดีที่สุดเท่านั้น"

"ถ้ามีโอกาสผมก็อยากจะลองไปเล่นต่างประเทศ ตรงนี้น่าจะเป็นเรื่องจังหวะและโอกาส ถ้ามีโอกาสจริงๆอยากไปต่างประเทศ เพื่อไปพัฒนาตัวเอง นำประสบการณ์มายกระดับ และต่อยอดสู่ทีมชาติ เพื่อให้ทีมชาติไทยของเราพัฒนามากขึ้น มีผลงาน เป็นตัวอย่างให้หลายคน เหมือนรุ่นพี่ ได้เดินตามรอย เก็บประสบการณ์พัฒนาตัวเอง และทำให้ดีที่สุด และจะพาทีมชาติไทย ไปอีกระดับ และอยู่ในจุดที่ดีกว่าเดิม"

ขณะเดียวกัน “วีระเทพ” ยังกล่าวถึงการเล่น กองหลังจำเป็นกว่า 1 ชั่วโมง หลัง เอเลียส ดอเลาะ มีอาการบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกสนาม ในเกมถล่ม”อินโดนีเซีย” ในเกมแรก 4-0 ว่า ต้องบอกว่าผมเองได้นำเบสิค ฟุตซอลมาปรับใช้กับการเล่นฟุตบอล ทั้งการจับบอล แปบอล แต่ในสนามอย่างที่เห็นว่าในสนาม ผมยังติดการจับบอลด้วยฝ่าเท้าอยู่ มันติดมาตั้งแต่เล่นฟุตซอล ส่วนเบสิค ต่างๆ ที่เราฝึกมาตั้งแต่เล่นฟุตซอล สมัยเด็กๆ ก็เอามาปรับใช้ ทำให้การคอนโทรลบอล และการผ่านบอลมันง่ายมากขึ้น"

"ส่วนการเล่นเป็นกองหลังครั้งแรก ในเกมทางการไม่เคยเล่นมาก่อน เพราะเราเล่นแต่ตำแหน่งกองกลาง ก่อนหน้านี้ ผมเล่นแต่ตำแหน่งตัวรุกด้วยซ้ำแต่ช่วงหลังถอยมาเล่นกองกลางตัวรับ และได้เล่นเป็นกองหลัง ก็พยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ตามที่โค้ชมอบหมาย ไม่ว่าจะได้เล่นตำแหน่งไหนก็ตาม จะทำให้ดีที่สุด ไม่ได้มองว่าจะเล่นได้หรือไม่ได้ แต่มองว่ามันคือหน้าที่ที่เราได้รับ และเราต้องทำให้ดีที่สุด"

ทั้งนี้ ทีมชาติไทย จะลงเล่นเกมนัดชิงชนะเลิศ นัดที่สอง กับอินโดนีเซีย ที่ สิงคโปร์ เนชั่นแนล สเตเดียม ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2565 เวลา 19.30 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD (หมายเลข 35) และ AIS Play