มีรายงานข่าวที่เผยว่า ดาวเตะของท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ รายนึงต้องการย้ายออกจากทีมหลังจากความสัมพันธ์ของเขากับอันโตนิโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีมคนใหม่ไม่ค่อยราบรื่นนัก

            มีรายงานข่าวว่า สตีเว่น แบร์กไวจ์น ตัดสินใจแล้วว่าจะขอย้ายออกจากท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ภายหลังการคาดเดาเกี่ยวกับอนาคตของเขาว่าจะกลับไปค้าแข้งที่บ้านเกิดเมืองนอนของเขาอย่างเนเธอร์แลนด์ ทั้งนี้แนวรุกของไก่เดือยทองรายนี้ไม่แฮปปี้กับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ภายใต้การคุมทีมของอันโตนิโอ คอนเต้ ที่เข้ามาแทนที่นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ ในฐานะเจ้านายใหญ่ของทีม

            ปีกตัวเก่งที่เกิดที่กรุงอัมสเตอร์ดัมรายนี้ได้ลงสนามในพรีเมียร์ ลีก รวมกันแล้วแค่ 13 นาทีเท่านั้นนับตั้งแต่คอนเต้กลายเป็นผู้จัดการในลอนดอนเหนือเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้มีข่าวว่าเจ้าตัวไม่พอใจกับสถานการณ์ดังกล่าว และต้องการที่จะย้ายทีมออกไป และข้อสงสัยดังกล่าวก็ถูกพูดถึงกันหนาหูมากขึ้นเมื่อมีข่าวว่า อาแจ็กซ์ เป็นหนึ่งในหลายๆ ทีมที่พร้อมที่จะเซ็นสัญญาปีกวัย 24 ปีรายนี้ไปร่วมทีม

            และผู้สื่อข่าวในเนเธอร์แลนด์อย่าง ไมค์ เวอร์ไวจ์ ที่ได้พูดคุยผ่านทางรายการพอดคาสต์ De Telegraaf ได้เปิดเผยว่า ผู้เล่นท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ที่กลายเป็นม้านอกสายตาในถิ่นท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ สเตเดี้ยม รายนี้กำลังพิจารณาที่จะเซ็นสัญญากับสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งแดนกังหันลม โดยเขากล่าวว่า “ฝ่ายจัดการของแบร์กไวจ์น ทราบถึงความสนใจมาหลายสัปดาห์แล้ว เบิร์กไวจ์นระบุว่าเขาชอบอาแจ็กซ์มาก แต่ตอนนั้นคุณต้องเลือกสเปอร์ส"

            สำหรับความสัมพันธ์ของแบร์กไวจ์นกับคอนเต้ที่ไม่ราบรื่นนั้นว่ากันว่าเป็นเรื่องที่เชื่อถือได้ นั่นเป็นเพราะเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ESPN รายงานว่าแบร์กไวจ์นและผู้จัดการทีมท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ คนใหม่มีความสัมพันธ์ที่ 'ตึงเครียด' ต่อกัน และหากเป็นกรณีนี้ ซึ่งดูเหมือนว่าจะใช่หากอิงจากการขาดโอกาสลงสนามภายใต้การคุมทีมของอดีตเทรนเนอร์ของเชลซีและยูเวนตุสของดัตช์แมนรายนี้ ดังนั้นการย้ายออกไปก็ดูสมเหตุสมผลสำหรับทุกฝ่าย

           จากการที่แบร์กไวจ์น ทำไป 4 ประตูและ 5 แอสซิสต์ในการลงเล่น 42 นัดในพรีเมียร์ ลีก สถิติดังกล่าวนั้นแทบไม่บ่งบอกเลยว่าเขาเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่สำหรับทัพไก่เดือยทอง ทั้งนี้โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นคนพาเขามาที่สโมสรแห่งลอนดอนเหนือ ต่อมานูโน่ประสบปัญหาในการให้เขาได้โชว์ฟอร์มอย่างสม่ำเสมอในสนามและดูเหมือนว่าคอนเต้ก็จะไม่พยายามทำแบบนั้นเช่นกัน