มาโน่ โพลกิ้ง กุนซือใหญ่ “ช้างศึก” ชักธงท้ารบ บอกไม่เคยกลัว “เวียดนาม” และมั่นใจ “ทีมชาติไทย” ชุดนี้มีดีพอ เป็นแชมป์​ ซูซูกิ คัพ” แต่ยังกังวัลเรื่องนักเตะบาดเจ็บเพิ่ม พร้อมยันไม่มีปัญหาแม้มีเวลาเตรียมทีมน้อย

ความเคลื่อนไหวของทัพ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ภายใต้การกุมบังเหียนของ "มาโน่ โพลกิ้ง" โดยมี "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ เป็นผู้จัดการทีม ที่เตรียมลุยศึกฟุตบอล "เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020" ที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 5 ธ.ค.64 - 1 ม.ค.65

ล่าสุด มาโน่ โพลกิ้ง กุนซือใหญ่ “ช้างศึก” เปิดเผยประเด็นการการเตรียมทีมที่มีเวลารวมตัวกันค่อนข้างน้อย ว่า "ผมปรารถนาที่จะให้มันต่างไปจากนี้ ให้มีเวลานานกว่านี้ ในการช่วยงานของผมในฐานะโค้ช แต่ในเมื่อมันเป็นแบบนี้แล้วก็ต้องตามนั้น เราเปลี่ยนแปลงตรงนั้นไม่ได้ ดังนั้นเราไม่ควรที่จะคิดย้อนกลับไป"

 มาโน่  กล่าวต่ออีกว่า "ตอนนี้เราต้องมองไปข้างหน้า นี่คือสิ่งที่เรามี เราจะวางแผนให้มันออกมาดีกว่านี้ได้อย่างไร เราจะมี 3-4 วันในการฝึกซ้อม เราจะต้องหาแนวทางที่ชัดเจนว่าเราจะเล่นรูปแบบไหน หลังจากนั้นระหว่างทัวร์นาเมนต์เราต้องเติบโตขึ้นไปด้วยกัน และใช้เวลาที่เรามีตรงนั้นด้วยกันในทุกวัน ทำการวิเคราะห์และทำการฝึกซ้อมที่สิงคโปร์ เพื่อชดเชยเวลาที่หายไปในช่วงก่อนหน้านี้ และเพื่อที่จะเติบโตไปด้วยกันในระหว่างการแข่งขัน"

"เราจะมีเวลาซ้อมแค่ 3 เซสชั่นที่สิงคโปร์ ที่ไทยเรามีเวลาซ้อม 2 วันซึ่ง 2 วันนี้สำหรับการฟื้นฟูร่างกาย เราต้องระวังไม่ให้นักเตะเกิดอาการบาดเจ็บ เพราะพวกเขาเพิ่งผ่านเกมในช่วงสุดสัปดาห์มา แต่เราจะมีการพูดคุยถึงรูปแบบการเล่น ดูวิดีโอ ดูสิ่งสำคัญ เราพยายามจะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์สูงสุดเท่าที่จะทำได้" เฮดโค้ชวัย 45 ปี กล่าว

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อถึงการศึกษาคู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนาม มาโน่ กล่าวว่า ได้ดูฟอร์มของเวียดนามมาบ้างแล้ว ข้อได้เปรียบของเวียดนามคือได้ซ้อมกันมาต่อเนื่อง 3-4 เดือน เนื่องจากเตรียมตัวแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกด้วย และในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ต้องบอกว่าเป็นทีมที่มีผลงานดีมากๆ ส่วนมาเลเซียเองก็เป็นทีมที่อันตราย จากการเจอกันล่าสุดกับทีมชาติไทยพวกเขาทำผลงานได้ดีและมีความมั่นใจว่าตัวเองพัฒนาขึ้นมา

“แต่ในขณะเดียวกันผมก็มีความมั่นใจว่าทีมชาติไทยชุดนี้ดีพอจะเป็นแชมป์และนำถ้วยแชมป์กลับสู่ประเทศไทยได้ ด้วยการเตรียมงานที่ดี มีการซ้อมที่ดี เราจะไปดูกันว่าสามารถทำอะไรกับทีมชุดนี้ได้บ้าง” มาโน่กล่าวปิดท้าย

ทั้งนี้นักเตะทั้ง 24 คน ไม่รวม 6 แข้งที่จะตามมาสมทบทีมภายหลัง เตรียมที่จะเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิดแบบ RT-PCR ในวันที่ 29 พ.ย.64 ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เวลา 13.00 น. ก่อนจะเข้ารายการตัวที่โรงแรม Miracle Grand เวลา 15.00 น. และจะลงฝึกซ้อมในวันที่ 30 พ.ย.64 ก่อนจะเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ในวันที่ 1 ธ.ค.64 ตามลำดับ

สำหรับโปรแกรมของทีมชาติไทย ที่อยู่ในกลุ่ม เอ ประกอบด้วย วันที่ 5 ธ.ค.64 พบ ติมอร์ เลสเต เวลาไทย 16.30 น., วันที่ 11 ธ.ค.64 พบ เมียนมา เวลาไทย 19.30 น., วันที่ 14 ธ.ค.64 พบ ฟิลิปปินส์ เวลาไทย 16.30 น. และวันที่ 18 ธ.ค.64 พบ เจ้าภาพสิงคโปร์ เวลาไทย 19.30 น. โดยช่อง 7 HD รับหน้าที่ถ่ายทอดสดให้แฟนบอลไทยได้รับชม