“รองน้อย” ทนุเกียรติ์ จันทร์ชุม รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพ  ชี้ “ไทยลีก” ควรเพิ่มเงินรางวัล “แชมป์” ได้แล้ว แต่ไม่ใช่รอให้ภาครัฐ ช่วยเหลือแบบ 100 เปอร์เซ็นเพียงอย่างเดียว

“รองน้อย” ทนุเกียรติ์ จันทร์ชุม รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพ ได้ชี้แจงต่อสื่อถึงประเด็นการเพิ่มเงินรางวัลไทยลีก ว่าเป็นหน้าที่ของ บ.ไทยลีกโดยตรง เนื่องจากรัฐบาลช่วยไปเยอะแล้ว จะมาหวังให้รัฐบาลช่วย 100% นั่นเป็นเรื่องยาก เพราะต้องดูแลประเภทกีฬาอีกกว่า 10 ชนิดกีฬา รองน้อยชี้แจงชัด เงินรางวัลไทยลีกปัจจุบัน นั้นก็เป็นเงินในส่วนที่มีมาตั้งแต่ที่การกีฬาแห่งประเทศไทยลงไปทำตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องเพิ่มเงินรางวัลในทุกระดับที่แข่งขัน พร้อมย้ำ พรบ.กีฬาอาชีพคุมเข้มต่อเนื่อง 

"ในส่วนของเงินรางวัล ฟุตบอลลีกอาชีพของไทยในฤดูกาล 2020-21ซึ่งจบไปแล้วนั้น เข้าใจว่าหลายเดือน อยากเรียนอย่างนี้ครับว่า เงินรางวัลนี้ที่ทาง การกีฬาแห่งประเทศไทยได้ช่วยเหลือมา ในระยะแรกนั้นคือช่วงของการเริ่มต้น หลังจากนั้นฟุตบอลอาชีพก็ได้มีการแสดงศักยภาพในการที่มีภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องของค่าลิขสิทธิ์การแข่งขัน ก็สามารถนำมาบริหารจัดการ และ ช่วยเหลือสโมสรต่างๆได้เป็นอย่างดี ซึ่งทาง กกท ก็หยุดช่วยเหลือมาเป็นระยะหนึ่ง“

“หลังเกิดสถานการณ์ โควิด-19 ขึ้นมาทาง ส.ฟุตบอลไทย ได้รับผลกระทบไม่น้อย ผู้สนับสนุนต่างถอนตัว จนทำให้เกิดภาระอันหนักของ ส.บอล ดังนั้น การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้นำความเดือดร้อนนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกีฬาอาชีพ และ กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ซึ่งเราได้รับความกรุณาได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวน 50 ล้านบาทเข้ามาเป็นเงินรางวัล สำหรับฟุตบอลที่แข่งขันจบไปแล้วในทุกๆอันดับ ไม่ว่าจะเป็น ไทยลีก1, ไทยลีก2, ไทยลีก 3 และ เอฟเอคัพ”

"ผมคิดว่ามันมีความจำเป็น ที่จะต้องเพิ่มเงินรางวัลให้กับสโมสรต่างๆ แต่อย่างไรก็ตาม อันนี้เป็นหน้าที่ของ บ.ไทยลีก ที่จะต้องไปหาแหล่งเงินมาเพิ่มเติม ซึ่งรัฐบาลเองก็ช่วยไปแล้วจำนวนหนึ่ง ก็ไม่น้อย หากว่าจะมาคาดหวังจากการเพิ่มจากรัฐ ทั้งหมดแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นเรื่องที่ยาก เพราะเราเองก็ต้องดูเรื่องกีฬาต่างๆอีกกว่า 10 ชนิดกีฬา"

       "เป็นหน้าที่ของ บ.ไทยลีก ที่จะต้องพิจารณาว่า เห็นสมควรหรือไม่ โดยความเห็นส่วนตัวของผม คือเงินในส่วนนี้มันมีมาตั้งแต่ที่การกีฬาแห่งประเทศไทยลงไปทำไว้ตั้งแต่ปีแรกๆแล้ว ตอนนี้มันก็ผ่านมาเป็น 10 ปีแล้ว สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องเพิ่มเงินรางวัลการแข่งขันในระดับต่างๆ ส่วนจะมากน้อยอย่างไร ก็คงขึ้นอยู่กับ บ.ไทยลีก ส่วนจะมาขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ ต่อไปอย่างไร ก็ให้เป็นตามขั้นตอนต่อไป" รองน้อย กล่าว