ติเต้ ผู้จัดการทีมชาติบราซิลไม่พอใจเป็นอย่างมากหลังนิโกลัส โอตาเมนดี้ เซ็นเตอร์แบ็คของอาร์เจนติน่า ชักศอกใส่ ราฟินญ่า กองกลางของบราซิลจนเลือดอาบแต่กลับไม่โดนใบแดงไล่ออกจากสนามแต่อย่างใด

            อาร์เจนติน่าการันตีตั๋วไปฟุตบอลโลก ที่กาตาร์ในปีหน้าอีกทีมหลังเปิดบ้านเสมอกับบราซิล 0-0 ในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ เมื่อคืนที่ผ่านมา (อังคารที่ 16 พฤศจิกายน 2564) ทำให้ลิโอเนล เมสซี่ ยังมีโอกาสที่จะทำฝันตัวเองให้เป็นจริงด้วยการคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์เพียงรายการเดียวที่เจ้าตัวยังไม่อาจคว้ามาครองได้ในอาชีพค้าแข้งของเขา ผลการดังกล่าวเป็นการปิดท้ายปีที่ดีของเมสซี่กับอาร์เจนติน่า ที่สามารถคว้าแชมป์โคปา อเมริกา สมัยที่ 15 เมื่อเดือนกรกฎาคมด้วยชัยชนะเหนือบราซิล 1-0 ที่สนามมาราคาน่า อันโด่งดังในกรุงริโอ เดอ จาเนโร 

            “ถ้าเราวิเคราะห์ในปีนี้ มันสวยงามมาก สิ่งที่เราผ่านมาร่วมกับแฟนๆ มานั้น ทุกอย่างมันสมบูรณ์แบบ” โรดริโก เด ปอล กองกลางของอาร์เจนติน่ากล่าว

            อาร์เจนติน่า ต้อนรับแข้ง 6 บัลลงดอร์กลับมาเป็นตัวจริงในการแข่งขันที่ สนาม เอสตาดิโอ ซานฮวนเดลบิเซนเตนาริโอ ในขณะที่เนย์มาร์ ดาวเด่นของบราซิลไม่ได้ลงสนามในเกมนี้ แต่เมสซี่ไม่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมของเขาในการแข่งขันเกมนี้ที่มีโอกาสแค่ 2-3 ครั้งในการเล่นกับคู่ต่อสู้ที่จองตั๋วไปกาตาร์เรียบร้อยแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีหลังเอาชนะโคลอมเบีย 1-0

            “มันไม่ง่ายเลยที่จะเล่นด้วยความเร็วที่เกมนี้ต้องการ” เมสซี่กล่าวหลังการแข่งขัน เขามีโอกาสเพียงครั้งเดียวบริเวณกรอบเขตโทษก่อนหมดเวลาการแข่งขันแต่ผู้รักษาประตูของบราซิลอย่างอลิสซอนเซฟไว้ได้อย่างง่ายดาย

            บราซิลยังคงเป็นจ่าฝูงของกลุ่มในรอบคัดเลือก โดยนำห่างอาร์เจนติน่าที่ยืดสถิติไม่แพ้ใครออกไปเป็น 27 นัดอยู่ 6 แต้ม “เราเล่นได้ดีมากในทุกนัดในปีนี้ เราผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกได้เรียบร้อยแล้ว” เฟร็ดจากบราซิลกล่าว “วันนี้เราล้มเหลวในพื้นที่สุดท้ายหน้าปากประตู แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการกลับออกมาโดยไม่เสียประตูให้ฝั่งตรงข้าม”

            บราซิลเสียโอกาสขึ้นนำในเกมนี้จากจังหวะที่ เฟร็ด พาแหวกขึ้นมาจากครึ่งสนามรอจังหวะป้ายออกซ้ายให้ วินิซิอุส จูเนียร์ แตะบอลเข้าเขตโทษแต่น้ำหนักไม่ดีตามไปเล่นไม่ทัน และอีกจังหวะที่ใกล้เคียงก็คือครึ่งหลังในนาทีที่ 72 เมื่อมาเธอุส กุนญ่า ได้บอลในกรอบเขตโทษ แล้วโยกหลอกแนวรับเจ้าถิ่นเข้าเท้าขวาแล้วสับไก แต่บอลก็ยังไปตรงตัวของ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ส่วนโอกาสที่ดีที่สุดของอาร์เจนติน่า ก็เกิดขึ้นในครึ่งแรกที่มาร์กอส อากูนญ่า ขยับขึ้นมารับบอลทางซ้ายก่อนตบย้อนตั้งให้โรดริโก เด ปอล ปั่นด้วยขวาหน้ากรอบ 18 หลากระดอนพื้นติดเซฟ อลิสซอน เบ็คเกอร์ 

            แต่จุดที่เป็นประเด็นให้ได้พูดคุยก็คือการที่ นิโกลัส โอตาเมนดี้ เซ็นเตอร์แบ็คของอาร์เจนติน่า
งัดศอกใส่ราฟินญ่า จนปากแตกเลือดอาบร่วงลงไปกองกับพื้น ผู้ตัดสิน รอเช็ค VAR สุดท้ายมองว่าไม่เจตนาปล่อยให้เกมดำเนินต่อ โดยมีรายงานว่า ราฟินญ่าโดนเย็บไปถึง 5 เข็มในช่วงพักครึ่ง ทำเอาติเต้ โค้ชทีมชาติบราซิล ไม่พอใจผู้ตัดสินในเกมชาวอุรุกวัยอย่างอันเดรส คุนญ่า และผู้ตัดสิน VAR เป็นอย่างมากเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว

            “เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่เห็นศอกว่าโอตาเมนดี้ชักศอกใส่ราฟินญ่า” เขากล่าว “นั่นจะเป็นตัวตัดสินเกมหรือไม่? ผมก็ไม่รู้ มันเป็นแมทช์ที่ยอดเยี่ยม แต่มีองค์ประกอบ (ที่ขาดหายไป) ที่ควรเท่าเทียมกันสำหรับทั้งสองทีม” 

            ทั้งนี้อาร์เจนติน่า หลังได้ 1 คะแนนในนัดนี้ทำให้พวกเขาเก็บเพิ่มเป็น 29 คะแนนจาก 13 เกม รั้งรองจ่าฝูง และผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลก 2022 แน่นอนแล้ว เนื่องจาก เปรู อันดับ 5 ซึ่งเป็นโควตาเพลย์ออฟโซนอเมริกาใต้มี 17 คะแนน แม้จะชนะทั้ง 4 นัดที่เหลือและ “ฟ้าขาว” แพ้ทั้ง 5 เกมที่เหลือ ก็จะทำให้ทั้งคู่มี 29 คะแนนเท่ากันแต่ อาร์เจนติน่า มีเฮดทูเฮดดีกว่า ส่วน บราซิล มีเพิ่มเป็น 35 คะแนนจาก 13 นัดรั้งจ่าฝูง

            คู่อื่นๆ อุรุกวัย แชมป์โลกสองสมัย ต้องลุ้นเหนื่อยกับการไปเล่นรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2022 หลังออกไปพ่ายต่อ บลิเวีย 0-3 ในเกมล่าสุดของรอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ โดยโบลิเวียได้ประตูจากฮวน การ์ลอส อาร์เซ่, มาร์เซโล่ โมเรโน่ และลูกปิดท้ายจากฮวน การ์ลอส อาร์เซ่ คนเดิม ทำให้อุรุกวัยอยู่อันดับ 7 จากกลุ่มที่มี 10 ทีม ยังต้องลุ้นเข้ารอบต่อไป ส่วนโบลิเวียมีเพิ่มเป็น 15 คะแนน และตามหลัง อุรุกวัย ที่แพ้เป็นนัดที่ 4 ติดต่อกัน เพียงคะแนนเดียว ยังคงมีความหวังในการผ่านเข้ารอบเช่นกัน 

 

ผลการแข่งขันคู่อื่นๆ

โบลิเวีย 3-0 อุรุกวัย

เวเนซุเอลา 1-1 เปรู

โคลอมเบีย 0-0 ปารากวัย

ชิลี 0-2 เอกวาดอร์