เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตปราการหลังของลิเวอร์พูล รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากกับการตัดสินใจของเจอร์เก้น คล็อปป์ ระหว่างเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา

            เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตปราการหลังของลิเวอร์พูล ให้สัมภาษณ์ทาง CBS Sports โดยยอมรับว่าเขา 'ไม่อยากจะเชื่อ' ว่าฟาบินโญ่ไม่ได้ออกสตาร์ทให้หงส์แดงในเกมที่เอาชนะแอตเลติโก้ มาดริด 3-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม B เมื่อคืนที่ผ่านมา (อังคารที่ 19 ตุลาคม 2564)

            ทั้งอลิสซอน เบ็คเกอร์ และฟาบินโญ่ พลาดเกมที่ลิเวอร์พูลเอาชนะวัตฟอร์ด 5-0 ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากกลับมาจากปฏิบัติหน้าที่ให้ทีมชาติบราซิลช้ากว่าที่ควร และแทนที่จะเดินทางจากอเมริกาใต้ไปอังกฤษ พวกเขาบินตรงไปยังกรุงมาดริด ประเทศสเปน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา

            อลิสซอน ได้ออกสตาร์ทตามที่คาดไว้ แต่ฟาบินโญ่กลับเป็นแค่ตัวสำรองสำรองโดยที่เจอร์เก้น คล็อปป์ นำแข้งมูลค่า 39 ล้านปอนด์ (จากการรายงานของ BBC Sport) มาลงสนามในช่วงครึ่งหลัง และนั่นก็ทำให้คาร์ราเกอร์ประหลาดใจเพราะเขารู้สึกว่าหลังจากลิเวอร์พูลขึ้นนำ 2-0 พวกเขาก็เครื่องรวน และหนึ่งในผู้เล่นแนวรับที่ดีที่สุดควรได้ออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริง

            “ผมแปลกใจมากที่เขาไม่ได้เป็นตัวจริง” คาร์ราเกอร์กล่าว “ลิเวอร์พูลสู้ไม่ได้โดยสิ้นเชิงตั้งแต่พวกเขานำ 2-0” “เขาเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่ดีที่สุดของลิเวอร์พูล แน่นอนว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในยุโรป ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาไม่ได้ลงเล่น” “ผมไม่รู้ว่ามีปัญหาหรือเปล่าเมื่อเขากลับมาจากอเมริกาใต้ในเกมรอบคัดเลือก มันแสดงให้เห็นว่าเขาสำคัญแค่ไหนเพราะทีมคิดถึงเขามากๆ" “แบ็คโฟร์ของลิเวอร์พูลและผู้รักษาประตูของพวกเขาทำงานหนักเกินไป”

            ก่อนที่อองตวน กรีซมันน์ จะได้รับใบแดงตรง เขาเป็นคนดึงทีมของดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กลับเข้าสู่เกมจาก 2 ประตูในช่วง 14 นาทีของเขา ส่วนคนที่ทำให้ลิเวอร์พูลขึ้นนำก็ไม่ใช่ใครที่ไหน โม ซาลาห์ ที่ทำได้ในนาทีที่ 8 จากการเลี้ยงบอลตัดเข้าใน ก่อนกดด้วยซ้ายข้างถนัด บอลแฉลบโดนเจมส์ มิลเนอร์ เปลี่ยนทางเข้าไป

            สี่นาทีต่อมา นาบี เกอิต้า ทำประตูที่ทำให้หลายคนนึกถึงสตีเว่น เจอร์ราร์ด จากจังหวะที่ เฟลิเป้ กองหลังเจ้าถิ่น สกัดบอลออกมาไม่ดี เข้าทางกองกลางชาวกินีที่ซัดด้วยขวาบอลติดไซด์ก้อยเข้าไปอย่างสุดสวย ถือเป็นลูกวอลเลย์ที่สองของฤดูกาลนี้ของเขา ก่อนที่กรีซมันน์จะยิงสองประตูรวดให้ทีมตีเสมอแต่ต่อมาเขาได้ใบแดงตรงจากการไปยกเท้าสูงใส่หน้า โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ในครึ่งหลัง แต่เกมนี้ที่เริ่มต้นด้วยซาลาห์ ก็มาจบลงด้วยนักเตะอียิปต์ที่ร้อนแรงรายนี้ เพราะเขาเป็นคนทำประตูชัยจากจุดโทษ เช่นเดียวกับแชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศกับสเปอร์ส