ปอล ป็อกบา กองกลางของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้ 'รอย คีน' ต้องรู้สึกอับอายหลังมีภาพแข้งชาวฝรั่งเศสรายนี้ในช่วงพักครึ่งของศึกเนชั่นส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศปรากฏออกมา

              การพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมาและกล้าหาญ ไม่ว่าจะเป็นกูรู, นักข่าว, ผู้จัดการทีมหรือแม้กระทั่งนักเตะ ก็มักจะทำให้ตัวเองตกอยู่ในความเสี่ยงอยู่เสมอเพราะคำพูดเหล่านั้นอาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองได้และเรื่องนี้เป็นสิ่งที่รอย คีน รู้ดีที่สุด เพราะกูรูของ Sky Sports รายนี้มักจะวิจารณ์ปอล ป็อกบา อย่างตรงไปตรงมา แต่ที่สุดแล้วเขาก็ต้องรู้สึกอับอายขายขี้หน้ากับสิ่งที่เขาเคยลั่นวาจาออกไปหลังจากมีภาพของแข้งชาวฝรั่งเศสที่พูดกับเพื่อนร่วมทีมชาติของเขาปรากฏขึ้นมา

              คำพูดของอดีตกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รายนี้นั้นคมราวกับใบมีดโกน และเขาก็ไม่กลัวที่จะใช้มันเพื่อพูดถึงความในใจของเขา อย่างไรก็ตาม คำพูดของเขาเกี่ยวกับแมนฯ ยูไนเต็ด และ ป็อกบา สตาร์ชาวฝรั่งเศสในทำนองที่ว่าเขาไม่ได้เป็น “ผู้นำที่ยิ่งใหญ่” เมื่อ 5 เดือนก่อน ได้กลับมาหลอกหลอนอดีตแข้งชาวไอริช โดยหลังจากที่ทีมของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ แพ้ 3-2 ในเกมไปเยือนโรม่าในรอบรองชนะเลิศยูโรป้า ลีก คีนก็ออกมาวิจารณ์ป็อกบาว่าเขาไม่มีทักษะความเป็นผู้นำที่จำเป็นในการนำพาแมนฯ ยูไนเต็ด ไปสู่ความรุ่งโรจน์ทั้งในประเทศและในยุโรป

              “นี่เป็นอีกครั้งที่ทำให้ผมมองย้อนกลับไปและคิดว่าแมนฯ ยูไนเต็ด ควรแข่งขันในแชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ผมก็ยังไม่คิดว่าป็อกบาจะผลักดันแมนฯ ยูไนเต็ดกลับไปสู่การเป็นแชมป์” คีนกล่าวเมื่อเดือนพฤษภาคม “ผมไม่คิดว่าเขาเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ผมไม่คิดว่าเขามีคาแรกเตอร์แบบนั้น” “เขาทำได้ดีขึ้นในช่วงสองสามเกมหลัง และเห็นได้ชัดว่าเขาทำได้ดีในช่วงสัปดาห์ที่เจอกับโรม่า แม้ว่าผมจะคิดว่ามาตรฐานของเกมนั้นมันแย่มากๆ ผมยังคิดว่าแมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องหานักเตะระดับโลกเข้ามาอีกสองคนและแน่นอนมันพูดง่ายกว่าทำ"

              อย่างไรก็ตาม ตัว 'คีน' อาจต้องอับอายหากได้เห็นคลิปทางโซเชียล มีเดียของป็อกบา ที่เป็นผู้นำในการพูดคุยกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมในช่วงพักครึ่งของการแข่งขัน ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ของทีมชาติฝรั่งเศสที่ชิงชนะเลิศกับสเปน โดยอดีตกองกลางของยูเวนตุสรับช่วงต่อจากผู้จัดการทีมอย่างดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ ในการพูดคุยสร้างแรงบันดาลใจให้ทีม ด้วยคำพูดที่หนักแน่นและเพียงพอที่จะทำให้หัวใจของคุณเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินด้วยความภาคภูมิใจในความเป็นคนฝรั่งเศส

              “เราต้องดุดัน” ป็อกบาเริ่มต้น “มันเริ่มจากด้านหน้าไปจนถึงด้านหลัง เราต้องแย่งบอลกลับมาครองและเราต้องบุก! และใช่ที่ว่าเราจะต้องวิ่งให้มากๆ เพราะพวกเขามีนักเตะที่มีคุณภาพ แต่เราก็เช่นกัน" "เราต้องครองบอลเอาไว้และทำร้ายพวกเขา ครึ่งหลังเราต้องดุดัน"

              ฝรั่งเศสทำผลงานในครึ่งหลังได้อย่างน่าทึ่งและคว้าแชมป์ระดับนานาชาติเป็นรายการที่ 2 ในรอบ 3 ฤดูกาล เจ้าของแชมป์โลกปี 2018 เริ่มต้นเกมไม่ดีนักเพราะพวกเขาโดนมิเกล โอยาซาบัล ยิงให้สเปนออกนำไปก่อนในนาทีที่ 64 แต่ฝรั่งเศสก็ตามตีเสมอได้ในอีก 2 นาทีต่อมาจากคาริม เบนเซม่า และที่สุดแล้วฝรั่งเศสก็ทำในสิ่งที่ป็อกบาเรียกร้องนั่นก็คือบุกอย่างดุดัน ในไม่ช้าสิ่งนั้นก็บังเกิดผล คีเลียน เอ็มบัปเป้ ซูเปอร์สตาร์ของปารีส แซงต์-แชร์กแมง เอาชนะกับดักล้ำหน้าเพื่อรับบอลจากเตโอ แอร์กน็องเดซ ก่อนยิงด้วยซ้ายตุงตาข่ายและกลายเป็นประตูชัยที่ช่วยให้ทัพตราไก่คว้าแชมป์เนชั่นส์ ลีก ครั้งแรกของพวกเขา