สาวก 'ทูน อาร์มี่' เชียร์ให้เจ้าของทีมใหม่เซ็นแข้งบิ๊กเนมรายนึงเข้ามาร่วมทีมเป็นรายแรกหลังนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด โดนกลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบียเข้าเทคโอเวอร์

           นับเป็นข่าวดีที่สาวกสาลิกาดงเฝ้ารอคอยมานานนับ 10 ปี เมื่อทีมรักของพวกเขาได้เจ้าของใหม่อย่างเป็นทางการ นั่นคือ บริษัท พับลิค อินเวสต์เมนต์ ฟันด์ กลุ่มทุนจากซาอุดีอาระเบีย ที่มี โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งประเทศทรงอยู่เบื้องหลัง

           กลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบียเข้าเทคโอเวอร์สโมสร นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด หลังเคลียร์มลทินเรื่องการถ่ายทอดสด พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ แบบผิดลิขสิทธิ์ได้แล้ว ทั้งนี้หลังมีการตรวจสอบพบว่าซาอุฯ มีการนำสัญญาณสด พรีเมียร์ ลีก มาเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสัญญาณอย่าง บีอิน สปอร์ตส ตั้งแต่ปี 2017 จนทางพรีเมียร์ ลีก ไม่อนุญาตให้กลุ่มทุนดังกล่าวเข้ามาเทคโอเวอร์ กระทั่งล่าสุด เจ้าชาย บิล ซัลมาน และทีมงานได้จัดการกลุ่มผู้ปล่อยสัญญาณละเมิดลิขสิทธิ์ไปหมดเรียบร้อยแล้ว ทำให้สามารถกลับมาเจรจาซื้อสโมสรได้อีกครั้งที่ตัวเงิน 300 ล้านปอนด์ (ประมาณ 13,760 ล้านบาท) หลังจากเคยถอดใจไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว

           การเข้ามาของกลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบีย ทำให้ นิวคาสเซิล ยกสถานะเป็นทีมที่ร่ำรวยที่สุดของ พรีเมียร์ ลีก และวงการฟุตบอลระดับโลก ด้วยทรัพย์สินมูลค่าสูงถึง 320,000 ล้านปอนด์ (ประมาณ 14 ล้านล้านบาท) เหนือกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ครองตำแหน่งทีมที่ร่ำรวยที่สุดมาอย่างยาวนาน การเข้ามาของเจ้าชาย บิน ซัลมาน สร้างความตื่นเต้นให้แก่สาวก “ทูน อาร์มี่” เป็นอย่างยิ่ง พร้อมตั้งความหวังว่า นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด จะยกสถานะตัวเองให้เป็นทีมที่ประสบความสำเร็จในวงการลูกหนังโลก ด้วยเม็ดเงินมหาศาลที่สามารถซื้อนักเตะซูเปอร์สตาร์คนไหนก็ได้ในโลก และนักเตะที่สาวกสาลิกาดงเชื่อว่าน่าจะเป็นการเซ็นสัญญารายแรกของทีมก็คือ อารอน แรมซีย์

           โดยแม้จะเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีรายได้สูงสุดของสโมสร แต่มิดฟิลด์ของยูเวนตุสรายนี้ก็ยังต้องเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอน เนื่องจากมีรายงานว่ายักษ์ใหญ่แห่งเซเรีย อา เตรียมขายเขาในเดือนมกราคม ตามรายงานล่าสุดจาก Daily Mail ที่อ้างว่ากองกลางชาวเวลส์สามารถย้ายออกจากตูรินในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

           แรมซีย์ วัย 30 ย้ายไปร่วมทัพม้าลายในช่วงฤดูร้อนปี 2019 โดยเป็นการย้ายฟรีจากอาร์เซนอล อย่างไรก็ตาม เขากลับประสบปัญหาในสร้างผลกระทบแก่ทีม ในช่วงสองปีที่เขาอยู่ในลีกสูงสุดของอิตาลี เขาได้ออกสตาร์ทในเกมในประเทศเพียง 25 นัดนับตั้งแต่มาถึง และค่อนข้างชัดเจนว่าเจ้าตัวไม่เป็นที่โปรดปรานของสโมสรเท่าที่ควร

           ด้วยสัญญาของเขาที่จะหมดลงเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2022-23 รายงานล่าสุดอ้างว่ายูเวนตุสยินดีที่โละแข้งรายนี้พ้นทีมให้เร็วที่สุดและจะดีมากหากเป็นช่วงตลาดนักเตะเดือนมกราคมนี้ แม้ว่าจะไม่มีรายงานว่าทีมไหนที่ให้ความสนใจอย่างจริงจัง แต่ก็เชื่อได้ว่าจากสถิติที่น่าประทับใจที่ทำไว้สมัยอยู่กับอาร์เซนอลกับการมีส่วนร่วมโดยตรงถึง 130 ประตูจาก 371 แมตช์ ก็น่าจะมีทีมในพรีเมียร์ ลีกอย่างน้อยหนึ่งทีมที่สนใจแรมซีย์ ซึ่งแฟนๆ ทางโซเชียล มีเดีย ก็เชื่อกันว่า แรมซีย์น่าจะมุ่งหน้าสู่ตอนเหนือของอังกฤษ

              ความคิดเห็นของแฟนๆ ก็อย่างเช่น "อารอน แรมซีย์ จะเป็นบิ๊กเนมคนแรกของนิวคาสเซิล 100% หลังจากการเทคโอเวอร์", "มองเห็นชัดเจนเลยว่า แรมซีย์จะเป็นการเซ็นสัญญารายแรกของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ภายใต้เจ้าของใหม่", "จากแถลงการณ์การเข้าซื้อกิจการของนิวคาสเซิล: อารอน แรมซีย์, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ หรือ อาเดรียง ราบิโอต์ คุณคิดว่าพวกเขาจะเซ็นใคร?", "ฉันคาดว่านิวคาสเซิลในเดือนมกราคมจะเข้าสู่ตลาดนักเตะสำหรับผู้เล่นอย่างอุมติตี้และอารอน แรมซีย์ และเราอาจมีผู้จัดการคนใหม่", "แทบอดใจรอไม่ไหวที่จะให้สตีฟ บรู๊ซ พ้นทางในเดือนมกราคมและเซ็นสัญญากับอารอน แรมซีย์และเบ็น อาร์ฟา #Newcastle"

              และแน่นอนว่า นอกจากนักเตะระดับบิ๊กเนมที่แฟนๆ อยากได้มาร่วมทีมแล้ว พวกเขาก็ยังอยากได้ผู้จัดการทีมฝีมือดีที่น่าจะเข้ามาแทน สตีฟ บรู๊ซ ที่ทำทีมนอนอยู่ท้ายตารางในปัจจุบัน และรายงานข่าวอ้างว่าเจ้าของคนใหม่ของทัพสาลิกาดงใจที่จะปลดกุนซือวัย 60 ปีในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าโดยมีตัวเต็งที่จะเข้ามาแทนก็คืออันโตนิโอ คอนเต้ อดีตผู้จัดการทีมเชลซี และสตีเว่น เจอร์ราร์ด ผู้จัดการทีมเรนเจอร์สและตำนานนักเตะของลิเวอร์พูลนั่นเอง