“บิ๊กแชมป์” กรวีร์ ปริศนานันทกุล ชี้ เป็นเรื่องยากที่ “ไทยลีก” จะขยับโปรแกรมเตะให้เพื่อให้ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เตรียมทีมลุย “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020” ช่วงปลายปีนี้ เหตุเพราะหากขยับโปรแกรมไทยลีกออกไป จะทำให้โปรแกรมลีกแน่นเพิ่มขึ้น

ความเคลื่อนไหวของทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ชุดเตรียมลุยศึกการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รายการ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020” ระหว่างวันที่ 5 ธันวาคม 2564-วันที่ 1 มกราคม 2565 ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยอยู่กลุ่มเอ ร่วมกับ “เจ้าภาพ” สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, เมียนมา และทีมจากรอบเพลย์ออฟ(บรูไน หรือ ติมอร์เลสเต) 

ล่าสุด “บิ๊กแชมป์” กรวีร์ ปริศนานันทกุล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด เปิดเผยผ่านสื่อว่า ยอมรับว่า น่าจะเป็นเรื่องลำบาก ที่ “ไทยลีก” จะขยับโปรแกรมเว้นช่วงให้ทีมชาติไทยชุดใหญ่ เพื่อมีโอกาสได้เตรียมความพร้อมก่อนแข่งขันศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2020 โดยในส่วนของ บริษัท ไทยลีก จำกัด นั้น ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ยินดีจัดโปรแกรมให้ หากสโมสรยินยอมพร้อมใจ อย่างไรก็ตาม ก็หากเลื่อนไป ก็จะทำให้โปรแกรมเตะที่แน่นอยู่แล้ว ยิ่งแน่นไปอีก

ทั้งนี้ทีมชาติไทยชุดใหญ่มี มาโน่ โพลกิ้ง เป็นเฮดโค้ช และผู้ช่วยคือ “เซอร์เด็จ” จเด็จ มีลาภ กับ “โค้ชหนึ่ง” หนึ่งฤทัย สระทองเวียน และมี “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ เป็นผู้จัดการทีม ซึ่งล่าสุด “จเด็จ มีลาภ” ผู้ช่วยของ “มาโน่” ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับผ่านสื่อว่า ค่อนข้างกังวลในการเตรียมทีมเนื่องจากมีเวลาค่อนข้างน้อยในการเตรียมทีม ทำให้อาจส่งผลกระทบกับทีมชาติไทยในการแข่งขันไม่น้อย

 เนื่องจากไทยลีก จะเตะจนถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน แต่ทีมชาติไทยจะเริ่มนัดแรก 5 ธันวาคม ด้วยเวลากระชั้นชิด อาจส่งผลถึงการปรับตัวเข้าหากัน, นักเตะล้าจากไทยลีก, การบาดเจ็บ, เบื่อฟุตบอล เพราะเล่นมาตลอด ถึงแสดงความเห็นว่า หากขยับคิวไทยลีกให้มีเวลาเพิ่มขึ้น อย่างน้อยอีก 1 สัปดาห์ น่าจะเป็นผลดี ช่วยให้ทีมชาติไทยมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น

สำหรับโปรแกรมการแข่งขัน“เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020” ในรอบแรก ทีมชาติไทย  จะลงเตะนัดแรกวันที่ 5 ธันวาคม พบทีมเพลย์ออฟ ระหว่าง บรูไน หรือ ติมอร์เลสเต , วันที่ 11 ธันวาคม พบ เมียนมา, วันที่ 14 ธันวาคม พบ ฟิลิปปินส์ และวันที่ 18 ธันวาคม พบ สิงคโปร์