ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ ผู้จัดการทีมชาติฝรั่งเศส ออกมายกย่องลูกทีมรายนึงหลังทัพ 'ตราไก่' พลิกจากตามหลังเบลเยี่ยม 2-0 ในครึ่งแรกกลับมาเอาชนะ 3-2 ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา

              ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ ยกย่อง คีเลียน เอ็มบัปเป้ สตาร์ทีมชาติฝรั่งเศส ที่ทิ้งฟอร์มที่น่าผิดหวังในยูโร 2020 ไว้เบื้องหลังก่อนนำทัพเลส์ เบลอส์ พลิกจากตามหลังกลับมาเอาชนะเบลเยี่ยม ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ เมื่อคืนที่ผ่านมา (พฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม 2564)

              เอ็มบัปเป้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับบทบาทของเขาในทัวร์นาเมนท์เมื่อเดือนมิถุนายนโดยที่เจ้าตัวไม่สามารถทำประตูได้เลยตลอดทั้งการแข่งขันรายการนั้นก่อนที่จะพลาดจุดโทษสำคัญจนทำให้ฝรั่งเศสตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายไปแบบสุดช็อคโดยพ่ายให้กับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์

             สำหรับชัยชนะเหนือเบลเยี่ยมเมื่อคืนที่ผ่านมาถือเป็นเกมในรอบน็อคเอาท์ครั้งแรกของฝรั่งเศสนับตั้งแต่ตกรอบยูโร แข้งวัย 22 อยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมช่วยให้ทีมที่ตามหลัง 2-0 ในครึ่งแรกกลับมาเอาชนะ  3-2 ในช่วงท้ายเกม และเอ็มบัปเป้เป็นคนยิงจุดโทษในครึ่งหลัง

             “คีเลียนไม่สงสัยเลย” เดส์ชองส์กล่าวหลังเกม "เขามีความมุ่งมั่นหลังจากขาดประสิทธิภาพในยูโร" "อย่างที่ผมพูดอยู่เสมอว่าทีมฝรั่งเศสที่มีคีเลียน เอ็มบัปเป้ อยู่ในทีมจะดีกว่าตอนไม่มี" "เราตกรอบโดยสวิตเซอร์แลนด์ (ในยูโร 2020) แต่ทีมชาติฝรั่งเศสก็ยังอยู่ที่นี่ เรายังคงเป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุด"

            ฝรั่งเศสตกเป็นฝ่ายตามหลังในเกมที่ตูรินเมื่อคืนที่ผ่านมา โดย ยานนิค การ์ราสโก้ และ โรเมลู ลูกากู ทำให้เบลเยียมขึ้นนำ 2-0 ในช่วงเวลาดังกล่าว แม้ว่าทัพตราไก่จะครองบอลได้เป็นส่วนใหญ่ก็ตาม ทีมของเดส์ชองส์เด็ดขาดมากขึ้นในครึ่งหลังโดยคาริม เบนเซม่า ทำประตูได้หลังเกมผ่านไป 1 ชั่วโมง จากนั้นในอีก 7 นาทีต่อมาเอ็มบัปเป้ก็ตีเสมอให้ทีมได้จากลูกที่จุดโทษ

             ก่อนหมดเวลา 3 นาที เบลเยี่ยมพลาดการได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะที่การ์ราสโก้ ไหลบอลทางกราบซ้ายเข้ากลางให้ลูกากู ยิงตุงตาข่าย ทว่าเมื่อผู้ตัดสินเช็ค VAR ก็โดนจับเป็นการล้ำหน้าเสียก่อน จนกระทั่งนาทีที่ 90 กลายเป็นฝรั่งเศสมาได้ประตูพลิกขึ้นนำจากจังหวะที่ เตโอ แอร์กน็องเดซ ตั้งป้อมกดด้วยซ้ายพุ่งเสียบเสาอย่างสวยงาม เป็นประตูแรกในการลงเล่นทีมชาติชุดใหญ่ของเจ้าตัวด้วย ส่งให้ตราไก่แซงนำ 3-2 และชนะไปด้วยสกอร์ดังกล่าว

             ผลการแข่งขันที่ได้ก็หมายความว่าฝรั่งเศสผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ เนชั่นส์ ลีก ในวันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2564 ไปเจอกับสเปนซึ่งเอาชนะแชมป์ยุโรปอย่างอิตาลี 2-1 เมื่อวันพุธ โดย เดส์ชองส์ ที่นำฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกกล่าวถึงชัยชนะสุดดราม่าเมื่อคืนที่ผ่านมาว่าเป็นหนึ่งในชัยชนะที่ดีที่สุดในฐานะโค้ชทีมชาติ

             “มันเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดกับวิธีการที่มันเกิดขึ้น เพราะคุณภาพของคู่ต่อสู้ของเรา” เดส์ชองส์กล่าว "ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากแต่เราก็มีความภาคภูมิใจและมีพลังใจที่จะพลิกกลับมา มันเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมมากๆ" “เราต่ำกว่ามาตรฐานในช่วงท้ายของครึ่งแรก แต่เมื่อเราเล่นได้ดุดันมากขึ้น มันก็เป็นอีกเรื่อง” “นักเตะรู้สึกแย่ในช่วงพักครึ่ง แต่เป็นเพราะเราให้โอกาสเบลเยี่ยมทำสองประตูนั้นได้ ผู้เล่นได้แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ดีที่สุดและลักษณะพิเศษของพวกเขา"