ฟีฟ่า สั่งปรับเงินและแบนทีมชาติฮังการี ห้ามแฟนบอลเข้าสนามเกมเหย้า 2 นัด หลังจากกองเชียร์ก่อเรื่องเหยียดผิวนักเตะทีมชาติอังกฤษ ในเกมฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า สั่งลงโทษ ทีมชาติฮังการี ห้ามแฟนบอลเข้าชมเกมเหย้าในสนามสองนัด โดยนัดที่สองคาดโทษเอาไว้เป็นเวลาสองปี พร้อมปรับเงิน 200,000 ฟรังก์สวิส หรือราว 7.2 ล้านบาท หลังจากที่แฟนบอลเหยียดผิวนักเตะทีมชาติอังกฤษ ในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา 

ในเกมดังกล่าวที่ทัพ สิงโตคำราม บุกไปชนะ 4-0 มีรายงานว่าทางฝั่งแฟนบอลของเจ้าบ้านรุมโห่อย่างหนักตั้งแต่เริ่มเกม หลังจากที่ผู้เล่นทีมเยือนนั่งลงคุกเข่าเพื่อแสดงการต่อต้านการเหยียดผิว โดยคนที่เป็นเป้าหมายมากที่สุดคือ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง รวมถึง จู้ด เบลลิงแฮม แข้งดาวรุ่งวัย 18 ปีที่วอร์มร่างกายอยู่ข้างสนาม ซึ่งมีแฟนบอลบางคนทำเสียงลิงใส่

ขณะที่ ตลอดทั้งเกมผู้เล่น อังกฤษ ก็เจอความกดดันจากเหล่ากองเชียร์เจ้าถิ่น ทั้งขว้างปาสิ่งของใส่นักเตะและสตาฟฟ์ของอังกฤษตลอดทั้งเกม ส่งผลให้ ฟีฟ่า ต้องเข้ามาดำเนินการสอบสวนกรณีดังกล่าว ก่อนที่ล่าสุดจะได้ข้อสรุปและมีการออกบทลงโทษตามมา

 “ หลังจากวิเคราะห์และพิจารณาสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว โดยเฉพาะความร้ายแรงของเหตุการณ์ คำพูดและการกระทำที่เหยียดผิว การขว้างปาสิ่งของ การจุดพลุ ขวางทางบันได คณะกรรมการวินัยของฟีฟ่า ตัดสินใจว่า ทีมชาติฮังการี จะลงเล่นสองเกมเหย้าถัดไปในการแข่งขันฟีฟ่าโดยไม่มีผู้ชม ส่วนนัดที่สองจะถูกคาดโทษเป็นเวลาสองปี นอกจากนี้ คณะกรรมการยังสั่งปรับเงินจำนวน 200,000 ฟรังก์สวิสด้วย” แถลงการณ์ของฟีฟ่า

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนกรกฎาคม สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า สั่งให้ ฮังการี ลงเล่น 3 เกมแบบปิด โดยเกมหนึ่งคาดโทษเป็นเวลาสองปี หลังจากพบว่า แฟนบอลเหยียดผิวระหว่างศึกยูโร 2020 โดยที่บูดาเปสต์เป็นหนึ่งในเมืองเจ้าภาพ อย่างไรก็ตาม การแบนดังกล่าวไม่มีผลสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก เนื่องจากเป็นการจัดโดยฟีฟ่า