เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปฏิเสธที่จะขอโทษแฟนบอลของทัพเรือใบสีฟ้าหลังเจ้าตัวให้สัมภาษณ์หลังเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จนก่อให้เกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก

            เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เตือนแฟนๆ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ว่าเขาจะลาออกจากตำแหน่งในขณะที่สงครามน้ำลายยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ผู้จัดการทีมชาวสเปนยืนยันว่าเขาจะไม่ขอโทษกับการกระตุ้นให้แฟนบอลของทีมเข้ามาชมการแข่งขันพรีเมียร์ ลีก ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับเซาธ์แฮมป์ตันในวันนี้ (เสาร์ที่ 18 กันยายน 2564) โดยที่เจ้าตัวย้ำคำพูดของเขาอีกครั้งพร้อมอ้างว่าคำพูดดังกล่าวถูกตีความผิดก่อนประกาศกร้าว "ถ้าผมเป็นตัวปัญหาสำหรับแฟนๆ ผมจะลาออก"

            กุนซือแมนฯ ซิตี้ กล่าวเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ว่าเขาอยากให้กองเชียร์เข้าสนามมากกว่านี้ในเกมสุดสัปดาห์ที่จะเจอกับเซาธ์แฮมป์ตันแทนที่จะเป็น 38,062 คนที่เข้าร่วมชมเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อวันพุธที่เอาชนะแอร์เบ ไลป์ซิก ที่สนามเอติฮัด และการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวทำให้แฟนๆ บางคนรู้สึกไม่พอใจเพราะรู้สึกว่าผู้จัดการทีมได้ตั้งคำถามถึงความจงรักภักดีของพวกเขา เควิน ปาร์คเกอร์ เลขาธิการของชมรมแฟนบอลอย่างเป็นทางการของแมนฯ ซิตี้ ได้ออกมาตอบโต้กุนซือจากคาตาลันและเรียกร้องให้กวาร์ดิโอล่าให้ความสำคัญกับสถานการณ์ดังกล่าวมากกว่านี้โดยยืนยันว่ากุนซือชาวสเปน "ไม่เข้าใจปัญหา" ที่ผู้สนับสนุนทีมต้องเผชิญ

            "[สิ่งที่เขาพูด] ทำให้ผมประหลาดใจ" ปาร์คเกอร์กล่าว “ผมไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวอะไรกับเขา เขาไม่เข้าใจถึงความยากลำบากที่บางคนอาจจะมีในการไปดูเกมที่เอติฮัดในช่วงค่ำวันพุธในเวลาสองทุ่ม พวกเขามีลูกๆ ให้นึกถึง พวกเขาอาจจะไม่สามารถจ่าย (ค่าตั๋ว) ได้ (และ) ยังมีประเด็นเกี่ยวกับโควิดอยู่บ้าง ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้" ทางด้านกวาร์ดิโอล่า ก็ได้กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 17 กันยายน และยืนยันว่าเขารู้สึกว่าผู้ที่ไม่พอใจกับความคิดเห็นของเขาตีความสิ่งที่เขากล่าวในตอนแรกผิด

            “ผมพูดหลังเกมว่าผิดหวังที่สนามไม่เต็มเหรอ?” “การตีความก็คือการตีความ ผมจะไม่ขอโทษในสิ่งที่ผมพูดเพราะผมไม่ได้พูดผิด” “ผมแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ชายคนนี้ [ปาร์คเกอร์] นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมพูดในอาชีพของผม ผมเคยพูดแบบนี้ที่บาร์เซโลน่าและบาเยิร์นและที่นี่ เมื่อเราเล่นเกมที่ยากลำบากเช่นกับไลป์ซิกและต่อมาก็ต้องเล่นอีกสามเกมด้วยทั้งที่ขาดการเตรียมตัว (ในเกมกับเซาธ์แฮมป์ตัน) ผมรู้ว่ามันยากแค่ไหนที่จะขอให้พวกเราทุกคนทำอีกครั้งในวันเสาร์"

            “ผมขอความร่วมมือให้ทำบางอย่างร่วมกันอีกครั้งในวันเสาร์เวลา 15.00 น. สิ่งที่ผมพูดคือเราต้องการแรงสนับสนุนด้วยจำนวนผู้คน 10,000, 30,000, 40,000, 50,000 มันไม่สำคัญว่าจะมีคนมามากแค่ไหน แต่ผมเชิญพวกเขามา และสนุกกับเกมเพราะเราต้องการแรงสนับสนุน" “ถ้าหลังจากผ่านไป 5 ฤดูกาลแล้วผู้คนยังไม่เข้าใจพฤติกรรมของผม นั่นก็เป็นเพราะว่าพวกเขาต้องการที่จะเข้าใจผิดในสิ่งที่ผมพูด ผมจะไม่ขอโทษสักวินาทีเดียวเพราะผมเป็นคนตรงๆ”

            กวาร์ดิโอล่ากล่าวว่าเขาไม่เคยตั้งคำถามถึงความภักดีของแฟนๆ แมนฯ ซิตี้ “ปีครึ่งที่ผ่านมาเราเล่นโดยไม่มีพวกเขาและผมรู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่งกับการสนับสนุนที่เรามีในเกมกับไลป์ซิกในบ้าน” “ผมมักจะพูดเสมอว่าถ้าพวกเขาต้องการมาเราจะรู้สึกซาบซึ้งอย่างน่าเหลือเชื่อเพราะผมรู้ว่าเกมจะยากแค่ไหนและผมรู้ว่าเราต้องการคนของเรา ผมไม่เคยนั่งที่นี่และถามว่าทำไมผู้คนถึงไม่มา? ถ้าคุณไม่มาก็ไม่ต้องมา ผมจะไม่ขอโทษเขา [ปาร์คเกอร์]"

            เขากล่าวเสริมว่า “นี่เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ เราเป็นอย่างที่เราเป็น เราภูมิใจในตัวตนของเรา ผมรู้ประวัติศาสตร์ ผมได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของสโมสรแห่งนี้มาตั้งแต่อยู่ดิวิชั่นต่ำกว่านี้ มันมีความหมายอย่างไรที่ได้เดินทางและติดตามสโมสร ผมเคารพในสิ่งนั้น” “ผมไม่อยากเป็นเหมือนแมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, บาร์เซโลน่า, บาเยิร์น มิวนิค, เหมือนมาดริด หรือเหมือนสโมสรใหญ่ๆ ทั้งหมด เราเป็นอย่างที่เราเป็น ซึ่งผมชอบแบบนั้น” “อย่ามาบอกว่าผมพูดในสิ่งที่ผมไม่ได้พูด และถ้าผมเป็นตัวปัญหาใหญ่... ผมจะไม่มีวันเป็นปัญหาสำหรับแฟนๆ เลย ไม่มีวัน” “ถ้าผมเป็นตัวปัญหาสำหรับแฟนๆ ของผม ผมจะเป็นคนลาออกเอง มันไม่ใช่ปัญหาสำหรับผม แต่ผมเป็นหนึ่งในนั้น ตั้งแต่วันแรกที่ผมพยายามทำให้ดีที่สุด นั่นคือสิ่งที่แน่นอน”

            กวาร์ดิโอล่ายังแสดงความเสียใจต่อปราการหลังอย่างนาธาน อาเก้ ซึ่งสูญเสียคุณพ่อไปเมื่อวันพุธ ทั้งนี้เจ้าตัวเป็นคนยิงประตูเบิกร่องในเกมที่แมนฯ ซิตี้ เอาชนะไลป์ซิก 6-3 และเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน 2564 ว่าประตูของเขาเป็นหนึ่งในสิ่งสุดท้ายที่พ่อของเขาได้เห็น “นาธานแสดงตัวตนของเขา เราเป็นห่วงนะ เรารู้สึกเศร้า ขอแสดงความเสียใจกับคุณแม่, พี่ชายและครอบครัวของเขา รวมไปถึงคู่หมั้นของเขาด้วย ทั้งหมดที่เราสามารถพูดได้คือเราอยู่ที่นี่เพื่อเขา”