แกเร็ธ เซาธ์เกต ออกมาเผยถึงสาเหตุที่ทำให้เขากลายเป็นผู้จัดการทีมทีมชาติอังกฤษคนแรกในรอบ 25 ปีที่ไม่เปลี่ยนตัวสำรองเลยแม้แต่คนเดียว

            แกเร็ธ เซาธ์เกต กลายเป็นผู้จัดการทีมทีมชาติอังกฤษคนแรกนับตั้งแต่ปี 1996 ที่ไม่เปลี่ยนตัวเลยใน 90 นาที ในเกมที่ทัพสิงโตคำรามบุกไปเสมอกับโปแลนด์ 1-1 ในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก กลุ่ม I ที่กรุงวอร์ซอ เมื่อคืนที่ผ่านมา (พุธที่ 8 กันยายน 2564)

            แฮร์รี่ เคน ทำประตูแรกของเกมในนาทีที่ 72 และทำท่าว่าจะกลายเป็นผู้ชนะในเกมนี้แต่ที่สุดแล้วดาเมี่ยน ซีมานสกี้ ก็มาทำประตูตีเสมอให้เจ้าถิ่นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่หลายคนอาจจะรู้สึกแปลกใจที่เซาธ์เกตไม่ได้มีการเปลี่ยนตัวในครึ่งหลังและเป็นการตัดสินใจที่อาจทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางโดยเฉพาะเมื่อโดนตีเสมอในช่วงท้ายเกม แต่เจ้านายใหญ่ทีมชาติอังกฤษยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวใดๆ ในขณะที่โปแลนด์เปลี่ยนไปถึง 5 ตัว

            ครั้งสุดท้ายที่กุนซือทีมชาติอังกฤษไม่ได้ทำการเปลี่ยนตัวสำรองเลยสักตำแหน่งก็คือในรอบรองชนะเลิศของยูโร 96 เมื่อทีมของเทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ แพ้ในการดวลจุดโทษต่อเยอรมนีที่สนามเวมบลีย์ และเมื่อถูกถามว่าทำไมเขาไม่ทำการเปลี่ยนแปลงตัวใดๆ เลยในการแข่งขันที่กรุงวอร์ซอ เซาธ์เกต ก็บอกกับ ITV ว่า

            "เพราะเราเป็นฝ่ายคุมเกมได้ทั้งหมดและไม่มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษที่เราจะต้องทำการเปลี่ยนตัว จริงๆ นะ" "ผมคิดว่าผู้เล่นในสนามนั้นก็อยู่ในจังหวะของเกมแล้ว เราสามารถควบคุมเกมได้ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงอาจทำให้เกิดการขาดตอนแทนที่จะทำให้มันดีขึ้น" "มันไม่ง่ายเลยที่จะลุกจากม้านั่งสำรองในช่วงเวลาของเกมแบบนั้น"

            นอกจากนี้เซาธ์เกตยังได้ให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่าจริงๆ แล้วอยากเปลี่ยนตัวสำรอง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหลังจากเคนยิงประตูได้

            “เราต้องการเปลี่ยนตัวในช่วงท้าย แต่เมื่อประตูเข้าไป เราคิดว่าไม่มีประโยชน์เพราะเท่ากับเราจะถูกบวกเวลาเพิ่มเข้าไป” เซาธ์เกตบอกกับ BBC “เราเล่นได้ดี เราคุมเกมได้ ในช่วงเวลาเหล่านั้น มันไม่ง่ายเลยที่จะลงในฐานะตัวสำรอง และบอกตามตรงนะเราจะเอาคนออกโดยไม่มีเหตุผลใดเป็นพิเศษไปทำไม" "เราคุมเกมได้โดยสิ้นเชิง ไม่มีปัญหา ทำไมต้องเปลี่ยนแปลงเมื่อคุณคุมเกมได้อยู่"