“โค้ชเช” เช ยอง ซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอน ยื่นขอสัญชาติไทย กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้ว ซึ่งผลสัมภาษณ์ทดสอบการเป็นคนไทย ออกมา 100 คะแนนเต็ม พร้อมวางแผนซื้อบ้านในเมืองไทย อยู่ไปตลอดชีวิต

พ.ต.อ.เอกพงษ์ กองนาค ผู้กำกับการฝ่ายกฏหมายและวินัย บก.อก.บช.ส. เปิดเผยว่า กรณีของโค้ชเช ขอยื่นสัญชาติไทย ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ซึ่งมีเงื่อนไขว่า 1.โค้ชเช ต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ แล้ว ในส่วนที่ 2.เรื่องความประพฤติเราต้องตรวจสอบทั้งทางคดีอาญา และคดีความมั่นคงว่ามีคดีหรือไม่ ส่วนต่อไปคือการมีอาชีพ ซึ่งโค้ชเช มีอาชีพเป็นโค้ชทีมชาติ ส่วนที่ 4.คือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องไม่น้อยกว่า 5 ปี และส่วนที่ 5 ต้องมีความรู้ด้านภาษาไทย แต่เนื่องจากโค้ชเช เป็นผู้ที่ประกอบความดีความชอบ เข้าเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติสัญชาติ มาตรา 11(1) เป็นไปตามแนวทางของ การกระทรวงมหาดไทย

โดยหลังจากนี้ เราจะตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ ให้ครบทั้ง 5 ส่วน และเมื่อได้เอกสารครบถ้วนแล้ว เราจะทำเรื่องเสนอไปที่ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะทำเรื่องเข้าอนุกรรมการกลั่นกรองของมหาดไทย โดยมีอธิบดีกรมการปกครอง เป็นประธาน แล้วจะส่งเข้าคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีปลัดกระทรวง เป็นประธาน ซึ่งถ้าผ่านความเห็นชอบแล้ว จะส่งต่อไปให้รัฐมนตรีพิจารณา แล้วเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เสนอ สำนักงานราชเลขาธิการ นำความกราบบังคมทูล พระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต

จากนั้นโค้ชเช จะต้องมาทำการปฏิญานตนว่าจะเป็นคนซื่อสัตย์สุจริตต่อประเทศไทย แล้วถึงจะส่งเรื่องกลับไปที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ว่าโค้ชเช ได้สัญชาติไทยเรียบร้อย และจะนำเอกสารนี้มาขอหนังสือรับรอง เป็นหนังสือสำคัญจากสันติบาล แล้วจะนำไปขอทำบัตรประจำตัวประชาชน ถึงจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ซึ่งปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน แต่เนื่องจากว่า ผู้บังคับบัญชาตำรวจแห่งชาติให้ความสนใจ ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล รวมถึงกระทรงมหาดไทย อาจทำให้ใช้เวลาเร็วขึ้น